fbpx

Risk/Reward Ratios

การเทรดทุกครั้งไม่ได้เป็นไปตามแผนเสมอไป แต่การคำนวณ Risk Reward Ratio สำหรับสถานะใหม่จะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับความประหลาดใจและรับมือได้ตามแผน เราจะอธิบายกฎง่ายๆ ที่อยู่เบื้องหลัง RRR เพื่อช่วยให้คุณบริหารจัดการความเสี่ยงและรักษากำไรในระยะยาวได้ดีขึ้น

การวัดความสำเร็จในการเทรด

เมื่อคุณเริ่มเทรดเป็นครั้งแรก การเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานจะสำคัญอย่างยิ่ง

พื้นฐานเหล่านี้รวมถึงการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์มหภาค การวิเคราะห์ทางเทคนิค การศึกษากราฟ และการทำความเข้าใจผลกระทบทางจิตวิทยาในการเทรด นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกข้อก็คือการที่คุณจะพัฒนาวิธีบริหารจัดการความเสี่ยง

การทำความเข้าใจความเสี่ยงมาจากการเห็นคุณค่าของเครื่องมือชี้วัดต่างๆ ที่ประเมินความสำเร็จของระบบหรือกลยุทธ์การเทรดที่ระบุ

การวิเคราะห์การประเมินความสำเร็จในการเทรดที่แตกต่างกันจะช่วยให้สามารถพัฒนาผลลัพธ์ของกลยุทธ์หรือระบบการเทรด เพิ่มศักยภาพในการทำกำไร และผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการได้

ในหัวข้อนี้ เราจะดูเครื่องมือชี้วัดที่สำคัญสองตัวซึ่งคุณจะสามารถประเมินและวิเคราะห์ได้อย่างง่ายดายเพื่อยกระดับความเข้าใจผลการดำเนินงานในการเทรดและประสิทธิภาพของกลยุทธ์โดยรวม

ซึ่งก็คือ:

  1. The Risk/ Reward Rate
  2. The Hit Rate

โดยเราจะดูว่าข้อมูลทั้งคู่สามารถนำมารวมกันเพื่อวิเคราะห์ได้อย่างไร

คำจำกัดความของ Risk/Reward Ratio

Risk/Reward Ratio คือการประเมินผลตอบแทนหรือกำไรที่อาจเกิดขึ้นซึ่งเทรดเดอร์หรือนักลงทุนสามารถคาดหวังจากการลงทุนที่ระบุโดยเทียบกับความเสี่ยงในการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากเทรดเดอร์เต็มใจที่จะเสี่ยงเสียเงิน £2 ในการเทรดและเป้ากำไรที่อาจเกิดขึ้นอยู่ที่ £10 ก็เท่ากับ Risk/ Reward Ratio จะอยู่ที่ 2:1 (หรือคิดง่ายๆ ก็คือ 1:5)

โปรดทราบว่าการคำนวณต่างๆ จะอ้างอิงตามข้อมูลป้อนเข้าที่เป็นสมมติฐาน คุณสามารถได้รับความเข้าใจที่น่าจะถูกต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยสร้าง Stop-loss (ดูบทความของเราเกี่ยวกับ Stop-loss ได้ที่นี่) ทั้งนี้ ผลตอบแทนหรือกำไรที่อาจเกิดขึ้นเป็นเพียงการคาดการณ์ก่อนที่จะเข้าทำการเทรดหรือการลงทุน

Risk/Reward ในทางปฏิบัติ

มาพิจารณาตัวอย่างในการเทรดจริงเพื่อให้เข้าใจว่า Risk/ Reward Ratio ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ

คุณได้ดำเนินการวิเคราะห์ตลาดทองคำเบื้องต้นและตัดสินใจว่าต้องการซื้อทองคำในอัตราส่วน $1 ต่อความเคลื่อนไหวหนึ่งหน่วย

ราคาที่เสนอของทองคำในปัจจุบันอยู่ที่ $1,100 และคุณได้ตั้งเป้าไว้ว่าราคาทองคำในเดือนต่อไปจะถึง $1,200 ซึ่งอาจทำให้คุณได้กำไร $1,200-$1,100 จึงเท่ากับ $100 ในการวิเคราะห์กราฟของคุณ คุณอาจเห็นว่าทองคำมีแนวรับที่แข็งแกร่งที่ $1,060 จึงตัดสินใจวาง Stop loss ต่ำกว่าแนวรับนี้เพียงเล็กน้อยที่ $1,050

ซึ่งจะกำหนดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นโดย $1,100 ลบ $1,050 จะเท่ากับ $50 ดังนั้น การขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากการเทรดซึ่งเป็นอัตราส่วนของกำไรที่อาจเกิดขึ้นจากการเทรดก็คือ $50 ต่อ $100 จึงทำให้คุณมี Risk/ Reward Ratio เท่ากับ 1:2

จะเห็นได้ชัดว่ายิ่ง Risk/Reward Ratio สูงขึ้น มุมมองต่อกำไรในภาพรวมก็มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญเช่นกันก็คือการพิจารณาว่ากลยุทธ์ของคุณประสบความสำเร็จบ่อยเพียงใดในการเลือกเทรดโดยได้กำไร

ต่อไปนี้จะเป็นเรื่อง Hit Rate

Risk/Reward Ratio และ Hit Rate

ปกติแล้ว Hit Rate จะหมายถึงจำนวนการเทรดที่ประสบความสำเร็จหรือทำกำไรได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ใช้กลยุทธ์การเทรด หารด้วยจำนวนการเทรดทั้งหมดในช่วงระยะเวลาเดียวกันแล้วแสดงข้อมูลเป็นเปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีกลยุทธ์การเทรดที่คุณเข้าทำการเทรดสิบครั้งในระยะเวลาหนึ่งเดือนและการเทรดหกครั้งประสบความสำเร็จ ส่วนอีกสี่ครั้งขาดทุน Hit Rate จะเท่ากับ 6 หาร 10 คูณ 100 โดยเมื่อแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์จะเท่ากับ 60 เปอร์เซ็นต์

ระยะเวลาหนึ่งเดือนและการเทรดหกครั้งประสบความสำเร็จ ส่วนอีกสี่ครั้งขาดทุน Hit Rate จะเท่ากับ 6÷10 โดยเมื่อแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์จะเท่ากับ 60 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ในบางครั้ง Hit Rate จะใช้คำว่า Win/Loss Ratio หรือจำนวนการเทรดที่ประสบความสำเร็จหารด้วยจำนวนการเทรดที่ขาดทุนเพื่อสร้างอัตราส่วน จากตัวอย่างข้างต้น อัตราส่วนดังกล่าวจะอยู่ที่ 6:4 (หรือลดเป็น 3:2)

แม้ Hit Rate จะเป็นเครื่องมือชี้วัดและการประเมินความน่าจะสำเร็จของกลยุทธ์การเทรดที่สำคัญ แต่สิ่งที่ไม่ได้นำมาพิจารณาก็คือมูลค่าทางการเงินของการเทรดที่ประสบความสำเร็จหรือขาดทุนแต่ละครั้ง

ด้วยเหตุนี้ การประเมิน Hit Rate และ Risk/ Reward Ratio ควบคู่กันเพื่อให้เข้าใจความสามารถในการทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นจากกลยุทธ์การเทรดของคุณได้ดีขึ้นจึงมีประโยชน์

ใช้งาน Hit Rate และ Risk Reward Ratios ควบคู่กัน

ในกลยุทธ์การเทรดใดๆ ความสามารถในการทำกำไรและความสำเร็จจะต้องถ่วงดุลระหว่าง Hit Rate กับ Risk/Reward Ratio เสมอ

ในระบบการเทรดส่วนใหญ่ การมี Hit Rate ที่สูงกว่ามักจะหมายถึงการรอข้อมูลยืนยันว่าการเทรดกำลังจะประสบความสำเร็จ ซึ่งโดยปกติแล้วจะต่ำกว่า Risk/Reward Ratio

ในทางกลับกัน การที่ Risk/Reward Ratio ดีขึ้นมักจะหมายถึงการเข้าเทรดตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งในบางครั้งจะทำให้ Hit Rate ต่ำลง

ความสัมพันธ์ระหว่าง Hit Rate กับ Risk/Reward Ratio จะเป็นตัวกำหนดว่ากลยุทธ์จะทำกำไรได้หรือไม่

ลองดูตัวอย่างกัน:

เทรดเดอร์ 1: ได้กำไรโดย Hit Rate สูงและ Risk/Reward Ratio ต่ำ

  • Hit Rate 60% และ Risk/Reward Ratio 10:6 (หรือ 5:3)
  • เทรด 10 ครั้ง สำเร็จ 6 ครั้งโดยได้เงิน £60 และขาดทุน 4 ครั้งโดยเสียเงิน £100
  • ผลลัพธ์คือ ขาดทุน £40

เทรดเดอร์ 2: ขาดทุนโดย Risk/Reward Ratio สูงและ Hit Rate Ratio ต่ำ

  • Hit Rate 30% และ Risk/Reward Ratio 1:3
  • เทรด 10 ครั้ง สำเร็จ 3 ครั้งโดยได้กำไร £300 และขาดทุน 7 ครั้งโดยเสียเงิน £100
  • ผลลัพธ์คือ ได้กำไร £200

ดังนั้น ในแผนภาพ การที่ทั้ง Hit Rate และ Risk/ Reward Ratio อยู่เหนือเส้นโค้งจะบ่งชี้ว่ากลยุทธ์ทำกำไรได้ ขณะที่การที่ข้อมูลทั้งคู่ต่ำกว่าเส้นโค้งจะส่งผลให้กลยุทธ์ขาดทุน

ดังนั้น ในแผนภาพ การที่ทั้ง Hit Rate และ Risk/ Reward Ratio อยู่เหนือเส้นโค้งจะบ่งชี้ว่ากลยุทธ์ทำกำไรได้ ในทางตรงกันข้าม การที่ข้อมูลทั้งคู่ต่ำกว่าเส้นโค้งจะส่งผลให้กลยุทธ์ขาดทุน
hit rate 768x450 1