fbpx

พื้นฐานฟอเร็กซ์ Level 6

การเทรดแบบฟิโบนาชี

มีการใช้อัตราส่วนฟิโบนาชีในการเทรดมากมาย ดังนั้นคุณต้องเรียนรู้ให้เข้าใจเพื่อให้สามารถใช้ฟิโบนาชีได้ มีการศึกษาฟิโบนาชีหลายๆแบบ แต่มาเราจะพูดกันแค่สองเเบบ คือ Retracement และ Extension

3 elementary 01 img01

Fibonacci นั้นเป็นชื่อของบุคคลที่ชื่อ Leonardo Fibonacci โดย Leonard Fibonacci เป็นนักคณิตศาสตร์ ชาวอิตาเลี่ยนที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นผู้ค้นพบชุดตัวเลขที่สร้างอัตราส่วนที่อธิบายสัดส่วนสิ่งต่างๆทางธรรมชาติและสิ่งต่างๆในจักรวาล
อัตราส่วนเกิดขึ้นจากชุดหมายเลขต่อไปนี้ : 0,1,1,2,3,5,8,13,21,34,55,89,144,233…
ชุดของตัวเลขนี้ได้มาจากการเริ่มต้นด้วย 0 ตามด้วย 1 ซึ่งเราจะนำ 0+1 ก็จะได้ 1 และตัวเลขชุดที่สาม คือ (1+1) เราก็จะได้ 2 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สี่และทำซ้ำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
หลังจากตัวเลขเป็นชุดแบบนี้เเล้ว ถ้าคุณประมาณอัตราส่วนของตัวเลขต่อไปนี้กับตัวเลขที่สูงกว่าหรือผลรวมของตัวเลขก่อนหน้ากับตัวเลขที่ใช้บวกตัวหลัง คุณจะได้อัตราส่วนราวๆ 0.618 *(34 ÷ 55 = 0.618)
ถ้าคุณประมาณอัตราส่วนระหว่างตัวเลขของผลรวมข้างหลังก็จะได้ตัวเลขเท่ากับ .382 ตัวอย่างเช่น 34หารด้วย89 = 0.382 ซึ่งจะอธิบายเหตุผลของอัตราส่วนต่างๆที่เราใช้
อัตราส่วนเหล่านี้เรียกว่า “ค่าเฉลี่ยสีทองหรือ Golden mean” โอเค แค่นี้คงพอสำหรับทฤษฎี ตอนนี้เริ่มรู้สึกง่วงกับการอธิบายตัวเลขนี้เเล้ว
จะตัดบทออกไปเลยมาสู่อัตราส่วนที่เราต้องรู้ดังนี้ :

ระดับ Fibonacci Retracement
0.236, 0.382,0.500, 0.618, 0.764

ระดับ Fibonacci Extension
0, 0.382, 0.618, 1.000, 1.382, 1.618

คุณไม่จำเป็นต้องรู้วิธีคำนวณทั้งหมดนี้ก็ได้ เนื่องจากกราฟในโปรแกรมของคุณจะคำนวณแทนคุณหมดเลย นอกจากนั้นเรายังมีเครื่องคิดเลข Fibonacci ที่ดีซึ่งสามารถคำนวณระดับเหล่านั้นให้คุณได้อย่างน่าอัศจรรย์
อย่างไรก็ตาม คุณควรทำความคุ้นเคยกับทฤษฎีพื้นฐานด้านหลังตัวชี้วัดเพื่อให้คุณมีความรู้ในการสร้างความประทับใจให้กับวันของคุณ
Fibonacci retracement levels ทำงานบนทฤษฎีที่ว่าหลังจากที่ราคาเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับราคาจะย้อนกลับหรือคืนกลับไปราคาเดิม ก่อนที่จะกลับไปสู่ทิศทางเดิมของราคา
เทรดเดอร์ใช้เส้น Fibonacci retracement levels เพื่อเป็นจุดกำหนดเเนวรับแนวต้าน เนื่องจากมีเทรดเดอร์หลายคนที่ใช้เเนวรับแนวต้านแบบนี้และส่งออเดอร์คำสั่งซื้อขาย ซึ่งเส้นแนวรับแนวต้านแบบนี้ก็เติมเต็มความสามารถในการเทรดให้กับพวกเขาได้
เทรดเดอร์จะใช้ Fibonacci เป็นจุดทำกำไร ขอย้ำอีกครั้งว่า เทรดเดอร์จำนวนมากใช้เป้นแนวรับแนวต้านในการซื้อและขายหรือว่าเป็นจุดทำกำไร โปรแกรมที่ใช้ดูกราฟส่วนใหญ่ ก็จะมี Fibonacci ให้ใช้อยู่เเล้วและในการใช้ Fibonacci กับกราฟของคุณ คุณต้องหา Swing High และ Swing Low ให้ได้ก่อน

จุด Swing High: เป็นแท่งเทียนที่ราคาสูงสุดต่ำกว่าอย่างน้อยสองอันทั้งสองด้าน เป็นจุดที่กราฟแท่งเทียนเคลื่อนไหวไปได้สูงสุด ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งทั้งด้านซ้ายและด้านขวาในหน้าจอของกราฟแท่งเทียน

จุด Swing Low: เป็นจุดที่กราฟแท่งเทียนเคลื่อนไหวไปได้ต่ำที่สุดอย่างน้อยสองอันทั้งสองด้าน ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งทั้งด้านซ้ายและด้านขวาในหน้าจอของกราฟแท่งเทียน

คุณเข้าใจทั้งหมดหรือไม่ ไม่ต้องกังวลไป เราจะอธิบายในบทเรียนต่อไปนี้ แต่การเข้าใจเกี่ยวกับว่า Pips ถ่างได้อย่างไรและใช้เครื่องมือ Fibonacci นั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

การใช้ Fibonacci Retracement

สิ่งแรกที่คุณควรที่จะทราบเกี่ยวกับเครื่องมือ Fibonacci นั้นคือ มันจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อตลาด Forex นั้นกำลังได้รับความนิยม ซึ่งความคิดนั้นคือการ Long (หรือซื้อ) ในเครื่องมือ retracement ในระดับแนวรับของ Fibonacci เมื่อตลาดมีแนวโน้มขาขึ้น และจะ Short (หรือขาย) ในเครื่องมือ retracement ในระดับแนวต้านของ Fibonacci เมื่อตลาดมีแนวโน้มขาลง ระดับ Fibonacci Retracement นั้นถูกพิจารณาได้ว่าเป็นตัวบ่งชี้ทางเทคนิคที่คาดการณ์ได้ เนื่องจากพวกมันพยายามที่จะระบุราคาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

การหาระดับ Fibonacci Retracement

เพื่อที่จะหาระดับของ Fibonacci Retracement คุณจะต้องหาจุดกลับตัวที่จุดสูงสุดของพฤติกรรมของราคา (Swing Highs) หรือจุดกลับตัวที่จุดต่ำสุดของพฤติกรรมของราคา (Swing Lows)
จากนั้นสำหรับแนวโน้มราคาขาลง คลิกลงที่จุด Swing Highs และลากเคอร์เซอร์ไปที่จุด Swing Lows ล่าสุด
สำหรับแนวโน้มราคาขาขึ้น ทำตรงกันข้ามกัน คลิกลงที่จุด Swing Lows และลากเคอร์เซอร์ไปที่จุด Swing Highs ล่าสุด
ต่อไปเรามาดูตัวอย่างของวิธีการใช้ระดับ Fibonacci Retracement กับตลาดค่าเงินกัน

แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)

ด้านล่างคือกราฟรายวันของคู่สกุลเงิน AUD/USD

3 elementary 02 img01

จากภาพด้านบนเราได้วางแผนระดับ Fibonacci Retracement ได้โดยการคลิกที่จุด Swing Low ที่ระดับ 0.6955 และลากเคอร์เซอร์ไปที่จุด Swing Highs ที่ระดับ 0.8264
อย่างที่คุณเห็นจากกราฟ ระดับ Fibonacci Retracement นั้นอยู่ที่ระดับ 0.7955 (23.6%), 0.7764 (38.2%), 0.7609 (50%), 0.7454 (61.8%) และ 0.7263 (76.4%)
และตอนนี้ ความคาดหวังคือถ้า AUD/USD ถอนตัวออกจากระดับราคาสูงสุดที่ผ่านมา มันจะได้รับการสนับสนุนจากหนึ่งในระดับ Fibonacci Retracement เหล่านั้น เนื่องจากผู้เทรดจะวางคำสั่งซื้อในระดับเหล่านั้นเมื่อราคาดึงตัวกลับ
เรามาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่มีจุด Swing Highs เข้ามาเกี่ยวข้องกัน

3 elementary 02 img02

ราคานั้นดึงตัวกลับผ่านระดับ 23.6% และยังคงขยับตัวขึ้นต่อไปอีก 2 – 3 สัปดาห์ มันขึ้นไปถึงระดับ 38.2% แต่ไม่สามารถที่จะปิดการเทรดต่ำกว่านั้นได้
หลังจากนั้นตลาดได้กลับมาขยับตัวขึ้นและในที่สุดก็ได้ทะลุผ่านจุด Swing High เห็นได้ชัดว่า การซื้อที่ 38.2% ของระดับ Fibonacci นั้นอาจทำกำไรได้ในการเทรดระยะยาว

แนวโน้มขาลง (Downtrend)

มาดูกันว่าเราจะใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ในช่วงแนวโน้มขาลงได้อย่างไร ภาพด้านล่างนี้เป็นกราฟระยะเวลา 4 ชั่วโมงของคู่สกุลเงิน EUR/USD

3 elementary 02 img03

อย่างที่เห็น เราพบว่าจุด Swing High นั้นอยู่ที่จุด 1.4195และจุด Swing Low ที่จุด 1.3854 ระดับ Retracement นั้นอยู่ที่ 1.3933 (23.6%), 1.3983 (38.2%), 1.4023 (50.0%), 1.4064 (61.8%) และ 1.4114 (76.4%)

ความคาดหวังสำหรับแนวโน้มขาลงนี้คือ ถ้าหากราคาย้อนกลับจากจุดต่ำสุดได้ มันอาจพบกับการต้านทานในระดับใดระดับหนึ่งในระดับ Fibonacci เนื่องจากผู้เทรดที่ต้องการจะลงเล่นในตลาดแนวโน้มขาลงที่มีราคาที่ดีกว่านั้นอาจพร้อมที่จะวางคำสั่งขาย

เรามาดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

3 elementary 02 img04

ตลาดนั้นพยายามที่จะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 38.2% เล็กน้อย ก่อนที่จะแตะที่ระดับ 50% หากคุณมีคำสั่งที่ระดับ 38.2% หรือ 50% คุณจะได้ pips ไปอย่างมากจากการเทรดเลยหละ

ในตัวอย่างนี้ เราจะเห็นได้ว่าราคานั้นได้รับการสนับสนุน Forex ชั่วคราวหรือการต้านทานที่ระดับ Fibonacci Retracement เป็นเพราะว่าทุกคนนั้นใช้เครื่องมือ Fibonacci ทำให้ระดับเหล่านั้นได้กลายเป็นแนวรับและแนวต้านที่ตอบสนองด้วยตนเอง

ราคานั้นจะไม่ย้อนกลับที่ระดับเดิมเสมอไป

ในส่วนต่อไป เราจะแสดงให้คุณเห็นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อ Fibonacci Retracement ใช้ไม่ได้ผล

การใช้ Fibonacci Retracement (2)

ย้อนกลับไปที่บทเรียน Fibonacciแรก เราพูดว่าระดับแนวรับและแนวต้านจะถูกทะลุในที่สุด เห็นจากวิธีการที่ระดับ Fibonacci ถูกใช้เพื่อหาระดับแนวรับและแนวต้าน มันก็ใช้เช่นเดียวกันกับใน Fibonacci!Fibonacci Retracement ไม่ได้ได้ผลตลอดเวลาและไม่ง่ายอย่างที่ทุกคนสามารถจัดการได้ เรามาดูตัวอย่างเมื่อเครื่องมือ Fibonacci Retracement ล้มเหลวกันเราจะเห็นได้ว่าคู่ค่าเงินนี้นั้นอยู่ในช่วงขาลง คุณตัดสินใจว่าจะนำเครื่องมือ Fibonacci Retracement มาใช้ในการหาจุดการเข้าที่ดี คุณใช้จุด Swing High ที่ระดับ 1.5383 และมีจุด Swing Low ที่ 1.4799

คุณจะเห็นว่าคู่ค่าเงินนี้ได้ตกลงมาที่ระดับ 50% จากแท่งเทียน 2 – 3 แท่งที่ผ่านมา

คจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณส่งคำสั่งขายตรงนี้

3 elementary 03 img01

ถ้าหากคุณได้วางคำสั่งขายไว้ที่ระดับเหล่านั้นจริงๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้ความฝันของคุณกลายเป็นหมอกควัน แต่บัญชีของคุณยังอาจจะเกิดความเสียหายอย่างหนักหากไม่มีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

3 elementary 03 img02

ต่างจากที่คาดไว้ สิ่งนี้กลายเป็นว่าจุด Swing Low นั้นเป็นจุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง และตลาดกำลังจะเริ่มขยับตัวขึ้นไปเหนือจุด Swing High

นี่คือบทเรียน จากตรงนี้สิ่งที่เรียนมาจะอยู่ด้านล่างนี้

ในขณะที่ระดับ Fibonacci Retracement สามารถให้โอกาสสำเร็จกับคุณมากขึ้น เช่นเดียวกับเครื่องมือทางเทคนิคอื่นๆ พวกมันไม่ได้ผลเสมอไป คุณไม่มีทางรู้เลยว่าราคาจะกลับตัวมาที่ระดับ 38.2% ก่อนที่จะกลับเข้าตามเทรนเดิมหรือไม่

ในบางครั้ง มันอาจขึ้นไปแตะระดับ 50.0% หรือ 61.8% ก่อนที่ราคาจะกลับตัว

จำไว้เสมอว่า
ตลาดจะไม่ดำเนินตามแนวโน้มขาขึ้นหลังจากพบกับแนวรับและแนวต้านชั่วคราวเสมอไป แต่ในทางกลับกัน จะยังคงดำเนินไปตามจุด Swing High และ Swing Low ที่ผ่านมา
อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในการใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement นั้นคือการระบุจุด Swing Low และ Swing High ที่ใช้

ผู้คนจะดูกราฟต่างกันไป ดูกราฟในช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกัน และมี Fundamental ความคิดพื้นฐาน ต่างกันและมีความคิดที่ต่างกันเกี่ยวกับจุด Swing High และ Swing Low

ส่วนที่สำคัญที่สุดนั่นคือมันไม่มีทางที่ดีและถูกที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแนวโน้มบนชาร์ตนั้นไม่มีความชัดเจน ในบางครั้งมันก็เหมือนกับการคาดเดาเกมส์

นี่คือเหตุผลที่คุณจะต้องฝึกฝนทักษะของคุณและใช้ Fibonacci Retracement เข้ากับเครื่องมืออื่นๆเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้มากขึ้น

ในบทเรียนต่อไป เราจะแสดงให้คุณเห็นถึงวิธีการใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement รวมเข้ากับรูปแบบอื่นๆของระดับแนวรับและแนวต้าน และรูปแบบแท่งเทียน

การใช้ Fibonacci Retracement กับแนวรับแนวต้าน

อย่างที่ได้กล่าวไว้ในบทเรียนก่อนหน้า การใช้ระดับ Fibonacci นั้นอาจใช้ได้กับเรื่องเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันก็มีวิธีที่คุณจะสามารถเปลี่ยนสิ่งนี้ให้มาช่วยคุณได้
ในขณะที่เครื่องมือ Fibonacci Retracement นั้นเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากๆ มันไม่ควรที่จะถูกใช้เพียงอย่างเดียว
เช่นเดียวกันเครื่องมือ Fibonacci Retracement ก็ควรที่จะใช้รวมกับเครื่องมืออื่นๆ ในส่วนนี้เรามานำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ไปทั้งหมดมาใช้และพยายามรวมมันเข้าด้วยกันเพื่อช่วยเราหาจุดที่จะเริ่มการเทรดที่ดี

Fibonacci Retracement + แนวรับและแนวต้าน(Support and Resistance)

นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ในการระบุระดับแนวรับและแนวต้านที่อาจเกิดขึ้น และดูว่ามันเป็นไปในทางเดียวกันกับระดับ Fibonacci Retracement หรือไม่

หากระดับ Fibonacci นั้นมีทั้งระดับแนวรับและแนวต้านแล้ว และคุณได้รวมมันเข้ากับช่วงราคาอื่นๆที่เทรดเดอร์หลายๆคนดูอยู่แล้ว คุณจะมีโอกาสที่ราคาจะเด้งตัวจากช่วงราคาเหล่านั้นไปอย่างสูง

มาดูตัวอย่างของวิธีที่คุณสามารถรวมระดับแนวรับและแนวต้านนี้กับระดับ Fibonacci โดยกราฟด้านล่างนี้เป็นกราฟรายวันของ USD/CHF

3 elementary 04 img01

ถ้าดูแท่งเทียนสีเขียว จะเห็นว่ากราฟนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น คุณตัดสินใจว่าคุณจะใส่คำสั่งซื้อคู่เงิน USD/CHF นี้

สิ่งสำคัญคือ “คุณจะเข้าเมื่อไร?” คุณนำเครื่องมือ Fibonacci Retracement ออกมาใช้ โดยใช้ราคาต่ำสุดที่ระดับ 1.0132 สำหรับจุด Swing Low และใช้ราคาสูงสุดที่ระดับ 1.0899 สำหรับจุด Swing High

3 elementary 04 img02

และตอนนี้ เราได้มีกรอบในการเพิ่มโอกาสในการหาจุดการเข้าที่แน่นอน ทำให้เราสามารถตอบคำถาม “คุณจะเข้าเมื่อไร?” ได้แล้ว

หากคุณมาย้อนกลับไปเล็กน้อยและเห็นว่าราคาที่ 1.0510 นั้นเป็นระดับแนวต้านที่ดีในอดีต และมันก็บังเอิญมาเท่ากับระดับ Fibonacci Retracement ที่ 50% และเมื่อมันทะลุ มันอาจเปลี่ยนเป็นแนวนับและเป็นที่ที่ดีสำหรับการซื้อ

3 elementary 04 img03

หากคุณวางคำสั่งไว้ที่บริเวณระดับ Fibonacci ที่ 50.0% ผลที่ออกมาจะมาก มันจะมีช่วงเวลาที่ค่อนข้างกดดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่ 1 เมษายน การทดสอบรอบที่ 2 ของระดับแนวรับ ราคานั้นพยายามที่จะทะลุผ่านระดับแนวรับ แต่ล้มเหลวที่จะปิดการเทรดในระดับที่ต่ำกว่านั้น แต่ในที่สุด คู่ค่าเงินจะทะผ่านจุด Swing High ที่ผ่านมาและจะดำเนินต่อไปตามแนวโน้มขาขึ้น

คุณสามารถทำเช่นนี้ได้ในแนวโน้มขาลงเช่นกัน แต่จุดสำคัญคือคุณควรจะมองหาระดับราคาที่ดูเหมือนว่าเป็นระดับที่คนสนใจที่ผ่านๆมา คุณลองคิดถึงมันดู มันมีโอกาสสูงที่ราคาจะเด้งออกจากระดับเหล่านี้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?
อย่างแรก อย่างที่เราได้อธิบายไปในตอนบทเรียนแรก ระดับแนวรับและแนวต้านก่อนหน้านี้อาจเป็นพื้นที่ที่ดีสำหรับการซื้อหรือขาย เนื่องจากเทรดเดอร์คนอื่นๆก็ได้จับจ้องระดับเหล่านี้อยู่แล้ว

เนื่องจากเรารู้ว่าจะมีเทรดเดอร์มากมายที่ใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement พวกเขาอาจมองหาเวลาที่จะเข้ามาในระดับ Fib เองก็ได้

และด้วยเทรดเดอร์ที่มองหาระดับแนวรับและแนวต้านเดียวกันนี้ มันเป็นโอกาสที่จะมีคำสั่งเทรดมากมายในระดับราคานั้น ถึงแม้จะไม่มีการการันตีว่าราคานั้นจะเด้งออกจากระดับเหล่านั้น อย่างน้อยคุณก็มีความมั่นใจมากขึ้นในการเทรดของคุณ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล ในเลขเหล่านั้นมันมีพลังอยู่

จำไว้เสมอว่าการเทรดนั้นขึ้นอยู่กับความน่าจะเป็น หากคุณยึดติดอยู่กับการเทรดที่มีโอกาสสูง มันจะทำให้คุณมีโอกาสที่จะได้ผลกำไรในระยะยาว

การใช้ Fibonacci Retracement และ Trend Lines

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ดีที่จะรวมเข้ากับเครื่องมือ Fibonacci Retracement นั้นคือ การวิเคราะห์เส้น Trend Line อย่างที่กล่าวไประดับ Fibonacci Retracement นั้นจะได้ผลที่สุดก็ต่อเมื่อตลาดนั้นตื่นตัว ดังนั้น มันจึงฟังดูเข้าท่ามาก!ไม่ว่าคู่ค่าเงินจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือลง เทรดเดอร์จะใช้ระดับ Fibonacci Retracement เพื่อที่จะเข้าไปในสภาพตลาดนั้น ดังนั้น ทำไมเราไม่หาระดับที่ระดับ Fibonacci จะวางตัวผ่านในเทรนนั้นหล่ะ?นี่คือกราฟช่วง 1 ชั่วโมงของ AUD/JPY และอย่างที่คุณเห็น ราคานั้นจะเป็นไปตามเทรนไลน์ที่พุ่งตัวขึ้นในระยะสั้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

3 elementary 05 img01

หากคิดว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่ดีมากและอยากจะซื้อ AUD/JPY ถึงแม้ว่าจะเป็นการเทรดระยะสั้นก็ตาม และคิดว่าจะซื้อตอนที่ราคาแตะที่เทรนไลน์อีกครั้ง

ก่อนที่คุณจะทำเช่นนั้น ทำไม่ถึงไม่ลองหาเครื่องมือในก่อนเครื่องมือ Forex ของคุณก่อน และเอาเครื่องมือ Fibonacci Retracement ออกมาใช้ล่ะ? มาดูกันว่าเราจะได้จุดการเข้าที่แน่นอนกว่าเดิมหรือไม่

3 elementary 05 img02

เราจะวางระดับ Fibonacci Retracement โดยใช้จุด Swing Low ที่ 82.61 และจุด Swing High ที่ 83.84

สังเกตวิธีที่ระดับ Fibonacci ที่ 50.0% และ 61.8% นั้นตัดกันด้วยเส้นเทรนด์ไลน์ที่พุ่งขึ้น

เป็นไปได้ไหมว่าระดับเหล่านั้นจะเป็นระดับแนวรับที่อาจเกิดขึ้น? และมันมีทางเดียวที่จะรู้คำตอบ

3 elementary 05 img03

ระดับ Fibonacci Retracement ที่ 61.8% นั้นจะอยู่ที่เดิม เนื่องจากราคาจะเด้งขึ้นไปที่จุดนั้นก่อนที่จะกลับลงมา หากคุณได้วางคำสั่งเทรดไว้ที่ระดับนั้น คุณจะได้จุดการเข้าที่สมบูรณ์แบบ!

และไม่กี่ชั่วโมงต่อมาหลังจากที่แตะเส้นเทรนด์ไลน์ ราคาจะเข้ามาใกล้ เหมือนกัน Astro Boy ที่ทะลุผ่านจุด Swing High

อย่างที่คุณเห็น คุณอาจต้องเสียบางอย่างในการใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ถึงแม้ว่าคุณจะว่าแผนที่จะเข้าในระดับทดสอบของเส้นเทรนด์ไลน์ การรวมตัวกันของทั้งระดับแนวรับและแนวต้านทั้งแนวตั้งและแนวนอน อาจมีความหมายว่าเทรดเดอร์คนอื่นๆก็จ้องระดับเหล่านี้อยู่เช่นกัน

เช่นเดียวกับเครื่องมืออื่นๆ การวาดเส้นเทรนด์ไลน์นั้นก็อาจจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในเรื่องเฉพาะบางอย่างเท่านั้น

และถ้าหากคุณเห็นเส้นเทรนด์ไลน์นั้นพัฒนาขึ้น คุณควรที่จะมองหาวิธีที่จะซื้อ(Buy)เพื่อที่จะได้โอกาสที่ดีมากขึ้นในการทำกำไรจากการเทรด คุณสามารถใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement เพื่อช่วยหาจุดการเข้าที่จะเกิดขึ้น

การใช้ Fibonacci Retracement กับแท่งเทียน

ถ้าหากคุณตั้งใจเรียนในบทเรียน คุณจะเข้าใจแล้วว่าคุณสามารถรวมเครื่องมือ Fibonacci Retracement เข้ากับระดับแนวรับและแนวต้าน และเส้นเทรนด์ไลน์ ได้ในบทเรียนนี้ เราจะสอนคุณเกี่ยวกับวิธีรวมเครื่องมือ Fibonacci Retracement เข้ากับความรู้เกี่ยวกับรูปแบบแท่งเทียนเมื่อรวมเครื่องมือ Fibonacci Retracement เข้ากับรูปแบบแท่งเทียน จริงๆแล้วเราเพียงต้องหาแท่งเทียนที่ไม่มีแรงแนวโน้ม หากคุณสามารถบอกได้ว่าเมื่อไรที่แรงกดดันการซื้อหรือการขายเริ่มอ่อนลง มันสามารถบอกเป็นนัยได้ว่าราคาอาจจะดำเนินต่อไปในแนวโน้มเดิม

ด้วยเหตุนี้จึง เรียกว่า “แท่งเทียน Fibonacci” เรามาดูรายละเอียดในตัวอย่างด้านล่างกันดีกว่า
กราฟนี้เป็นกราฟของ EUR/USD ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง

3 elementary 06 img01

คู่เงินนี้นั้นดูเหมือนว่าจะอยู่ในแนวโน้มขาลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การเคลื่อนไหวของราคานั้นดูเหมือนว่าจะมีการหยุดตัวอยู่เล็กน้อย แล้วมันจะพอมีโอกาสที่จะเข้าไปในตลาดขาลงบ้างไหม? มันถึงเวลาแล้วที่จะนำเครื่องมือ Fibonacci Retracement ออกมาใช้งาน

อย่างที่คุณเห็นจากกราฟ เราได้ตั้งจุด Swing High ไว้ที่ 1.3364 และจุด Swing Low ที่ 1.2523

และเนื่องจากมันเป็นวันศุกร์ คุณเลยตัดสินใจที่จะพักผ่อนและเลิกงานเร็วขึ้น แล้วค่อยคิดว่าจะเข้าตลาดใหม่เมื่อคุณกลับมาดูกราฟอีกครั้งหลังจากหยุดสุดสัปดาห์

3 elementary 06 img02

เมื่อเข้าดูกราฟ คุณพบว่าค่าเงิน EUR/USD นั้นได้ขึ้นราคาไปเล็กน้อยจากราคาปิดในวันศุกร์

ในขณะที่ 50.0% ของระดับ Fibonacci นั้นอยู่ที่เดิม ผู้ซื้อได้ทำให้ราคาของค่าเงินคู่นี้ขึ้นสูงได้ในที่สุด คุณจึงตัดสินใจที่จะรอและดูว่าระดับ Fibonacci จะคงที่อยู่ที่ 61.8% หรือไม่ แต่สุดท้ายแล้ว เทียนแท่งสุดท้ายมันดูค่อนข้างที่จะเป็นขาขี้น ใครจะรู้ล่ะ ราคาอาจจะขึ้นต่ออย่างต่อเนื่องก็ได้

3 elementary 06 img03

ลองดูภาพด้านบน มีภาพวาดที่เหมือนกับที่ระดับ Fibonacci Retracement ที่ 61.8% หากคุณตั้งใจฟังในบทเรียนของเกรด 2 คุณจะรู้ว่านี่คือ “แท่งเทียนที่กำลังอ่อนตัวลง”

แรงกดดันการซื้อนั้นเริ่มหายไปหรือมีการต้านทานในระดับ Fibonacci Retracement ต้านไว้ มันเป็นไปได้ แล้วมันถึงเวลาที่จะขายหรือไม่? คุณไม่มีทางรู้อย่างแน่ชัด (ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทำไมการจัดการความเสี่ยงถึงสำคัญมาก) แต่โอกาสที่ราคาจะกลับตัวนั้นดูดีมากเลยนะ

3 elementary 06 img04

หากคุณทำการขาย (Sell) ทันทีหลังจากที่รูปแบบเดียวกันได้ก่อตัวขึ้น คุณจะทำกำไรได้อย่างมากเลยล่ะ หลังจากก่อตัวขึ้นราคาจะตกลงเล็กน้อย ก่อนที่จะดิ่งลง ลองดูที่แท่งเทียนสีแดงพวกนั้นสิ

มันดูเหมือนว่าผู้ซื้อนั้นเหนื่อยแล้ว ซึ่งเปิดช่องให้ผู้ขายสามารถกระโดดกลับเข้าไปและเข้าควบคุมตลาดอีกครั้ง และในที่สุด ราคาจะตกลงไปถึงจุด Swing Low นั่นมันเกือบ 500 Pips เลยนะ มันสามารถเป็นช่วงการเทรดแห่งปีของคุณได้เลย

การมองหา แท่ง Fibonacci นั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก เนื่องจากพวกมันส่งสัญญาณบอกว่าระดับ Fibonacci Retracement จะอยู่ที่ระดับนั้นหรือไม่

ถ้าหากราคานั้นตกลงมากระดับ Fibonacci มันมีโอกาสที่เทรดเดอร์คนอื่นอาจวางคำสั่งในระดับเหล่านั้นได้ ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมที่ยืนยันให้รู้ว่าในราคานั้นมีแนวรับหรือแนวต้านอยู่

อีกเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่งของแท่ง Fibonacci นั้นคือคุณไม่จำเป็นที่จะต้องว่าคำสั่ง Limit ไว้ที่ระดับ Fibonacci คุณอาจจะกังวลว่าแนวรับหรือแนวต้านนั้นจะอยู่หรือไม่ เนื่องจากเรามองหา “โซน” และไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นที่ระดับใดระดับหนึ่ง

ซึ่งนี่คือที่ที่คุณจะได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบแท่งเทียนของคุณ

คุณอาจรอให้แท่ง Fibonacci ก่อตัวด้านล่าง หรือด้านบนระดับ Fibonacci Retracement เพื่อที่จะยืนยันว่าคุณควรจะวางคำสั่งเทรดหรือไม่

และถ้าหากแท่ง Fibonacci นั้นได้ก่อตัวขึ้นจริงๆ คุณสามารถเข้าเทรดที่ระดับราคาตลาด เนื่องจากคุณได้รับการยืนยันแล้วว่าระดับนั้นจะคงอยู่

การใช้ Fibonacci Extension เพื่อทำกำไร

ขั้นต่อไปของการใช้ Fibonacci นั้นคือการใช้มันเพื่อหาเป้าหมายจำ “กฎการอยู่รอด #22 ในดินแดนซอมบี้” – ถ้าไม่มั่นใจ ให้เชื่อในสิ่งที่คิด! เรามาเริ่มกันที่ตัวอย่างแนวโน้มขาขึ้นกันในแนวโน้มขาขึ้น แนวคิดพื้นฐานนั้นคือการสร้างผลกำไรโดยการใส่คำสั่ง Buy ในระดับราคา Fibonacci Extension

เริ่มต้นโดยคลิกไปที่จุด Swing Low จากนั้นลากเคอร์เซอร์และคลิกไปที่จุด Swing High ล่าสุด และสุดท้าย ลากเคอร์เซอร์กลับลงมาและคลิกที่ระดับ Retracement ใดก็ได้

สิ่งนี้จะแสดงให้เห็นถึงระดับ Price Extension ในแต่ละระดับ ทั้งแบบอัตราส่วนและระดับราคาที่สอดคล้องกัน

มาดูกันที่กราฟ USD/CHF ที่เราได้แสดงให้คุณเห็นในบทเรียนที่ผ่านมา

3 elementary 07 img01

ระดับ Fibonacci ที่ 50.0% นั้นมีความแข็งแรงในการเป็นแนวรับ หลังจากการทดสอบทั้ง 3 ครั้ง คู่ค่าเงินนี้ก็สามารถดำเนินตามแนวโน้มขาขึ้นของราคาได้ในที่สุด และในกราฟด้านบนนี้ คุณจะสามารถเห็นว่าราคานั้นเพิ่มขึ้นเหนือจุด Swing High ที่ผ่านมา

เรามาลองใช้เครื่องมือ Fibonacci Extension เพื่อดูว่าจุดใดเป็นจุดที่ดีสำหรับการเอาผลกำไรออกมาบ้าง

3 elementary 07 img02

นี่เป็นการทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ Retracement เกิดขึ้นที่จุด Swing Low

– ราคาจะพุ่งขึ้นไปจนถึงระดับ 61.8% ซึ่งอยู่ใกล้กับจุด Swing High ก่อนหน้านี้
– ราคาร่วงลงไปที่ระดับ 38.2% ที่มันเจอกับแนวรับของราคา
– ราคานั้นจะพุ่งขึ้นและเจอกับแนวต้านที่ระดับ 100% และในไม่กี่วันต่อมา ราคาจะพุ่งตัวขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะเจอแนวต้านที่ระดับ 161.8%
อย่างที่คุณเห็นจากตัวอย่าง ระดับ 61.8% 100% และ 161.8% ทั้งหมดนี้เป็นที่ที่ดีในการเก็บผลกำไรบ้างเล็กน้อย

ตอนนี้เรามาดูตัวอย่างของการใช้ Fibonacci ในช่วงแนวโน้มขาลงกัน

ในช่วงแนวโน้มขาลง แนวคิดโดยทั่วไปคือ การสร้างผลกำไรจากการเทรดแบบขาย ในระดับ Fibonacci Extension เนื่องจาก ตลาดนั้นมักจะหาแนวรับที่ระดับเหล่านี้

เรามาดูกราฟอัตราค่าเงินในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ของ EUR/USD ที่เราได้แสดงให้เห็นไปในบทเรียนเกี่ยวกับ Fibonacci Sticks

3 elementary 07 img03

ตรงนี้ เราจะเห็นว่ามีการก่อตัวของรูปแบบเดียวกันอยู่ใต้ระดับ Fibonacci ที่ 61.8% หลังจากนั้นราคาจะย้อนกลับเนื่องจากผู้ขายกระโดดกลับเข้าไปร่วมเทรดในตลาด และทำให้ราคาร่วงลงไปถึงจุด Swing Low

เอาเครื่องมือ Fibonacci Extension ออกมาใช้แล้วดูว่าจุดไหนเป็นจุดที่ดีสำหรับการสร้างกำไรจากที่เราได้ขาย (Sell) ไว้ที่ระดับ Retracement ที่ 61.8%

3 elementary 07 img04

เกิดขึ้นอะไรขึ้นหลังจากที่ราคานั้นพลิกตัวกลับจากระดับ Fibonacci Retracement

– ราคานั้นจะเจอกับแนวรับที่ระดับ 38.2%
– ระดับที่ 50.0% นั้นจะถือว่าเป็นแนวรับแนวแรก จากนั้นจะกลายเป็นส่วนพื้นที่ที่น่าสนใจ
– ระดับที่ 68.1% นั้นก็ได้กลายเป็นส่วนพื้นที่ที่น่าสนใจ ก่อนที่ราคาจะร่วงลงไปที่จุด Swing Low ก่อนหน้า
– หากคุณมองกราฟข้างหน้า คุณจะพบว่าระดับ Extension ที่ 100% นั้นก็จะทำหน้าที่เป็นแนวรับเช่นกัน

เราสามารถทำกำไรได้ที่ระดับ 38.2%, 50.0% หรือ 61.8% ซึ่งระดับเหล่านี้นั้นก็ได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับ อาจเป็นเพราะเทรดเดอร์คนอื่นๆก็อาจจ้องทำกำไรไว้ที่ระดับเหล่านี้เช่นกัน

ตัวอย่างทั้งหมดนี้ได้แสดงให้เห็นว่าราคานั้นพบกับแนวรับหรือแนวต้านชั่วคราวที่ระดับ Fibonacci Extension – ไม่จำเป็นเสมอไป แต่บ่อยครั้งที่จะต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งการเทรดของคุณเพื่อที่จะทำกำไรและจัดการความเสี่ยงของคุณ และแน่นอน มันจะต้องมีปัญหาที่เราจะต้องมาแก้

อย่างแรก มันไม่มีทางที่เราจะรู้ได้เลยว่าระดับ Fibonacci Extension ที่จะพบกับแนวต้านนั้นอยู่ในระดับไหน ระดับทุกระดับในนี้นั้นอาจ หรืออาจจะไม่ทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านก็ได้

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งนั้นคือการระบุว่าจุด Swing Low จุดไหนตั้งแต่แรก เมื่อสร้างระดับ Fibonacci Extension

ทางหนึ่งคือจากจุด Swing Low ล่าสุดอย่างที่เราได้ทำให้เห็นในตัวอย่าง; อีกทางหนึ่งคือจากจุด Swing Low ต่ำที่สุดใน 30 แท่งที่ผ่านมา แต่ก็เหมือนเดิม มันไม่ได้มีทางที่ถูกต้องเพียงทางเดียว แต่หากคุณหมั่นฝึกฝน คุณจะสามารถมีการตัดสินใจที่ดีในการเลือกจุด Swing ได้

คุณจะต้องใช้วิจารณญาณในการใช้เครื่องมือ Fibonacci Extension โดยคุณจะต้องตัดสินดูว่าเทรนด์นั้นจะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าไร และ เราจะสอนคุณถึงวิธีที่จะช่วยให้คุณสามารถวัดความแข็งแรงของเทรนด์ได้ ต่อไปเรามาดูกันที่การตั้งจุด Stop Loss กันดีกว่า

Fibonacci เพื่อการวางคำสั่ง Stop Loss

สิ่งที่สำคัญเท่าๆกับการรู้ว่าจะเข้าหรือทำกำไรที่จุดไหน ก็คือการรู้ว่าควรจะวางจุด Stop Loss ไว้ที่จุดไหน คุณไม่ควรที่จะเข้าร่วมการเทรดโดยอ้างอิงจากเพียงแค่ระดับ Fibonacci แต่ไม่รู้ว่าควรจะออกจากการเทรดเมื่อไรคุณไม่ควรที่จะเข้าเทรดโดยอ้างอิงจากตามระดับ Fibonacci เพียงอย่างเดียวในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคที่จะช่วยตั้งจุด Stop เมื่อคุณตัดสินใจที่จะใช้ระดับ Fibonacci วิธีง่ายๆต่อไปนี้จะช่วยให้คุณตั้งจุด Stop และเรียนรู้เหตุผลของแต่ละวิธี

วิธีการแรกนั้นคือการวางจุด Stop ไว้เลยระดับ Fibonacci เพียงเล็กน้อย

หากคุณวางแผนว่าจะเข้าเทรดที่ระดับ Fibonacci ที่ 38.2% คุณก็ควรที่จะวางจุด Stop Loss ไว้เหนือระดับ 50.0% และหากคุณคิดว่าระดับ 50.0% จะอยู่ได้ คุณก็ควรที่จะวางจุด Stop Loss ไว้เลยระดับ 61.8% และเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

เรามาดูกันอีกครั้งที่กราฟคู่เงิน EUR/USD ในช่วง 4 ชั่วโมงที่เราเคยแสดงให้คุณดูในบทเรียนของ Fibonacci Retracement

3 elementary 08 img01

หากคุณทำการขาย(Sell) ที่ระดับ 50.0% คุณควรที่จะวางคำสั่ง Stop loss ไว้เลยระดับ 61.8%

เหตุผลเบื้องหลังของวิธีนี้นั้นคือการที่คุณเชื่อว่าระดับ 50.0% นั้นจะทำหน้าที่เป็นจุดแนวต้าน ดังนั้น หากราคาปรับขึ้นไปเหนือจุดนี้ แนวคิดการเทรดของคุณนั้นจะไม่ได้ผล แต่ปัญหาของวิธีการวางจุด Stop Loss นั้นคือมันขึ้นอยู่กับว่าคุณมีจุดเข้าที่สมบูรณ์แบบมากหรือไม่

การวางจุด Stop Loss เลยระดับ Fibonacci Retracement ไปเล็กน้อยนั้นทำให้เข้าใจว่าคุณมั่นใจจริงๆว่าพื้นที่ระดับแนวรับและแนวต้านของคุณจะทำหน้าที่ของมัน และอย่างที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้า การใช้เครื่องมือวาดเหล่านี้ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่สามารถให้ผลที่แน่นอน

ตลาดอาจจะมีการปรับราคาไปถึงจุด Stop Loss ของคุณ และในที่สุด มันจะปรับตัวไปตามทิศทางราคาของคุณ

มันอาจจะดีที่สุดหากคุณใช้วิธีการวางจุด Stop Loss ประเภทนี้ในการเทรดระยะสั้น หรือการเทรดภายในวันเดียว

ดังนั้นหากคุณต้องการความปลอดภัยในการเทรดมากขึ้น อีกทางหนึ่งสำหรับการวางจุด Stop นั้นคือการวางมันเลยจุด Swing High หรือ Swing Low ล่าสุด

การวางจุด Stop Loss ประเภทนี้นั้นจะช่วยให้คุณมีช่องโอกาสในการเทรดมากขึ้น และมีโอกาสที่ดีสำหรับตลาดที่จะเคลื่อนไหวไปตามแนวโน้มการเทรดที่คุณต้องการ

3 elementary 08 img02

หากราคาตลาดนั้นได้ทะลุผ่านจุด Swing High หรือ Swing Low มันอาจบอกได้ว่าการกลับตัวของแนวโน้มนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งมันหมายความว่า แนวคิดการเทรดหรือการจัดวางการเทรดของคุณนั้นไม่ได้ผลและมันสายเกินไปที่จะเข้าร่วมเทรดแล้ว

การตั้งจุด Stop Loss ที่ใหญ่ขึ้นนั้นอาจจะได้ผลดีที่สุดในการเทรดระยะยาว การเทรดแบบ Swing และคุณยังสามารถรวมสิ่งนี้ไว้ในวิธีการ “ปรับขนาด(Scaling in)” และสามารถใช้ได้

แน่นอนว่า ด้วยการมีจุด Stop Loss ที่ใหญ่ขึ้น คุณจะต้องปรับขนาดการเทรดของคุณตามไปด้วย

หากคุณมีแนวโน้มว่าจะเทรดด้วยขนาดเดิม คุณอาจได้ขาดทุนหนักกว่าเดิม โดยเฉพาะถ้าหากคุณเข้าเทรดในระดับต้นๆของระดับ Fibonacci

และมันยังคงสามารถนำไปสูงอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ไม่ดีนัก เนื่องจากคุณอาจมีจุด Stop Loss ที่กว้างและไม่เป็นสัดเป็นส่วนกับผลตอบแทนที่อาจจะได้รับ

แล้วอะไรมันดีกว่ากันล่ะ?

ความจริงแล้ว มันก็เหมือนกับการรวมเครื่องมือ Fibonacci Retracement เข้ากับแนวรับและแนวต้าน เส้นเทรนด์ไลน์ และแท่งเทียน เพื่อที่จะหาจุดเข้าที่ดีขึ้น ซึ่งมันจะดีที่สุดสำหรับการใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือเหล่านี้ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในปัจจุบันเพื่อช่วยให้คุณเลือกจุด Stop Loss ที่ดีได้

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ คุณไม่ควรที่จะพึ่งพาระดับ Fibonacci ให้จุดแนวรับและแนวต้านเป็นพื้นฐานสำหรับการวางจุด Stop Loss

จำไว้เสมอว่า การวางจุด Stop Loss นั้นไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน แต่ถ้าหากคุณต้องการจะเปลี่ยนให้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นไปในทางที่คุณต้องการได้โดยการรวมเครื่องมือต่างๆไว้ด้วยกัน มันสามารถช่วยให้คุณมีจุดออกที่ดีกว่าเดิม มีช่องโอกาสสำหรับการเทรดมากขึ้น และอาจมีอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีขึ้นสำหรับการเทรดของคุณ

สรุป: การเทรดโดย Fibonacci

ระดับ Fibonacci Retracement ที่สำคัญคือระดับ:

– 38.2%
– 50.0%
– 61.8%

ระดับ Fibonacci Retracement ที่สำคัญที่คุณควรจะจับตาดูให้ดีนั้นคือระดับ: 23.6%, 38.2%, 50.0%, 61.8% และ 76.4% ระดับที่ดูเหมือนว่าจะมีน้ำหนักมากที่สุดนั้นคือระดับ 38.2%, 50.0% และ 61.8% ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกตั้งไว้เป็นค่าเริ่มต้นของซอฟต์แวร์กราฟ Forex ส่วนใหญ่

จำไว้เสมอว่าเทรดเดอร์ Forex นั้นมองระดับ Fibonacci Retracement ว่าเป็นแนวรับและแนวต้านที่มีศักยภาพและเพราะว่าระดับเหล่านี้นั้นมีแนวโน้มที่จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ ระดับแนวรับและแนวต้านนั้นอาจจะกลายเป็นเหมือนคำทำนายที่เติมเต็มตัวเอง

เช่นเดียวกับระดับ Retracement ระดับ Fibonacci Extension ที่สำคัญนั้นจะอยู่ที่ระดับ 38.2%, 50.0%, 61.8% รวมถึงระดับ 100%, 138.2% และ 161.8%

เทรดเดอร์จะใช้ระดับ Fibonacci Extension เป็นแนวรับและแนวต้านเพื่อกำหนดเป้าหมายของกำไรและอีกครั้ง เนื่องจากเทรดเดอร์ Forex หลายท่านจับตามองระดับเหล่านี้อยู่และยังได้วางคำสั่งซื้อและขายเพื่อสร้างกำไร ระดับเหล่านี้มักจะกลายเป็นจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนไหวของราคา เนื่องจากมันได้เติมเต็มความคาดหวังของตัวเองแล้ว

และในการนำระดับ Fibonacci ไปใช้กับกราฟของคุณ คุณจำเป็นที่จะต้องระบุจุด Swing High และ Swing Low ก่อน

จุด Swing High คือแท่งเทียนที่มีจุด Lower High อย่างน้อย 2 จุดในทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของแท่งเทียน
จุด Swing Low คือแท่งเทียนที่มีจุด Higher Low อย่างน้อย 2 จุดในทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของแท่งเทียน
ในระหว่างการใช้เครื่องมือ Fibonacci ถ้ามีการใช้ร่วมกับระดับแนวรับและแนวต้าน เส้นเทรนด์ไลน์ และรูปแบบแท่งเทียน จะช่วยทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น