fbpx

พื้นฐานฟอเร็กซ์ Level 5

แท่งเทียนคืออะไร?

แม้ว่าจะเรียนรู้ว่าแล้วการวิเคราะห์เชิงเทียนคืออะไร แต่เรามาดูรายละเอียดกันอีกหน่อยดีกว่า

การซื้อขายแท่งเทียน

บุคคลที่ชื่อว่า สตีฟนิสัน ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้บุกเบิกในการค้นพบเทคโนโลยีแท่งเทียน Steve Nison ศึกษาแท่งเทียนและกระจายไปยังนักลงทุนจำนวนมากในช่วงทศวรรษ 90 ซึ่งรู้จักกันในนาม “แท่งเทียน (Candle stick)” ให้กับนักลงทุนทั่วโลก

ถ้าอย่างนั้นแล้วเทียนแท่งคืออะไร?

เราจะอธิบายด้วยภาพเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

2 elementary 01 img01

แท่งเทียนสามารถใช้ช่วงเวลาใดก็ได้ คือ 1 วัน,1 ชั่วโมง, 30 นาที แท่งเทียนเกิดขึ้นประกอบด้วย ราคาเปิด,ราคาสูงสุด,ราคาต่ำสุดและราคาปิดของช่วงเวลาที่เลือก

– หากราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดจะถูกวาดเป็นแท่งเทียนกลวง (มักปรากฏเป็นสีขาว)
– หากราคาปิดอยู่ต่ำกว่าราคาเปิดจะถูกวาดเป็นเเท่งเทียนที่เติม (มักปรากฏเป็นสีดำ)
– ส่วนกลวงหรือส่วนเติมของเทียน เรียกว่า “ตัวแท่งเทียน”หรือ body
– เส้นบางๆที่ทะลุข้างบนหรือข้างล่างของตัว body แสดงให้เห็นราคาสูงต่ำของไส้เทียนและเรียกว่า เงา (Shadows)
– จุดสูงสุดของไส้เทียน เรียกว่า “High” จุดต่ำสุดของไส้เทียน เรียกว่า “Low”

การวิเคราะห์เเท่งเทียน

แท่งเทียนมีหลากหลายขนาด ซึ่งขนาดของแท่งเทียนนั้นเกี่ยวข้องกับการซื้อขายโดยตรง ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ

2 elementary 02 img01

ตัวเเท่งเทียน (Body)

รูปร่างยาวแสดงถึงมีแรงซื้อหรือขายเข้ามาอย่างท่วมท้น ยิ่งตัวแท่งเทียนนั้นยิ่งยาว นั่นหมายความว่ามี ปริมาณการซื้อขายปริมาณมาก
ส่วนตัวแท่งเทียนที่สั้นนั้นแสดงถึงการซื้อขายนั้นมีเบาบาง
ตัวแท่งเทียนยาวสีฟ้านั้น หมายถึง แรงในการซื้อ ยิ่งแท่งเทียนยาวเท่าไหร่ราคาเปิดก็ยิ่งมากเท่านั้น
ตัวแท่งเทียนยาวสีดำนั้น หมายถึง แรงขายมาก ยิ่งแท่งเทียนยาวเท่าไหร่ราคาที่ชำระจะต่ำกว่าราคาเปิด

ไส้เทียน (Shadows)

ไส้เทียนที่อยู่ข้างบนตัวเทียนหรือที่อยู่ข้างล่างเทียนนั้นให้รายละเอียดบางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับการเทรดที่เกิดขึ้นในเวลาช่วงนั้นๆ ไส้เทียนมีหลายประเภท มีทั้งแบบมีไส้และไม่มีไส้ เรามาดูประเภทของไส้เทียนกัน

2 elementary 02 img02

ถ้าไส้เทียนด้านบนยาวและไส้เทียนด้านล่างสั้น หมายถึง ราคาสูงขึ้นแต่มีผู้ซื้อน้อยกว่าผู้ขาย
แต่หากไส้เทียนด้านล่างยาวและไส้เทียนด้านบนสั้น หมายถึง ราคาสูงขึ้น ผู้ขายน้อย คือฝั่งผู้ซื้อดึงราคาให้กลับมาอยู่ใกล้กับจุดที่ราคาเปิด

รูปแบบเเท่งเทียนพื้นฐาน

Spinning tops

ตัวแท่งเทียน(ที่เป็นสีดำ)สั้นและไส้เทียนด้านบนและด้านล่างสั้น เรียกว่า Spinning tops
ตังแท่งเทียน(ที่เป็นสีขาว)สั้นและไส้เทียนด้านบนและด้านล่างสั้น เรียกว่า Spinning tops
สีของแท่งเทียนจะไม่สำคัญมาก รูปแบบของแท่งเทียนบ่งบอกถึงภาวะตลาดที่ลังเลระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

2 elementary 03 img01

ราคาของตัวแท่งเทียน(สีขาวดำ)ของแท่งเทียนDoji(รูปไม้กางเขน) บอกราคาสูงสุดต่ำสุดแต่ตัวแท่งเทียนจะเป็นเส้นบางๆ กล่าวคือ ผู้ซื้อและผู้ขายทั้งหมดแทบจะกระทำการใดๆ

หากเกิดเเนวโน้มขึ้นในระหว่างที่ราคาขึ้น ผู้ซื้อเหลืออยู่ไม่มาก แนวโน้มสามารถขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามได้ด้วย และหากเกิดราคาในแนวโน้มขาลง ผู้ขายเหลืออยู่ไม่มาก บอกได้ว่าแนวโน้มสามารถขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามได้

Marubozu

Morubozu หมายถึง ตัวแท่งที่ไม่มีไส้เทียน ดังนั้นเรามาดูภาพข้างล่างนี้กัน

2 elementary 03 img02

White Marubozu ประกอบด้วยตัวแท่งเทียนสีขาว โดยไม่มีไส้เทียน ราคาเปิดเท่ากับราคาต่ำสุดและ ราคาปิด คือ ราคาสูงสุด ซึ่งบอกว่าเป็นภาวะกระทิงอย่างเห็นได้ชัดว่าผู้ซื้อกำลังควบคุมตลาดอยู่ชัดเจน และกราฟแบบนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดภาวะกระทิงอย่างต่อเนื่องหรือ จุดกลับตัวมาสู่สภาวะกระทิง(bullish) ด้วย
Black Marubozu ประกอบด้วยตัวแท่งเทียนสีดำโดยไม่มีไส้เทียน ราคาเปิดจะเท่ากับราคาสูงสุดและ ปิดที่ราคาต่ำที่สุด นี่เป็นกราฟของภาวะหมี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อมีอำนาจเหนือตลาด และแสดงให้เห็นว่าผ้ขูายควบคมุราคาทั้งหมดในช่วงราคานี้บ่งบอกว่าสภาวะหมีเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องหรือเกิดการกลับตัวมาสู่สภาวะหมี(bearish)
มีแท่งเทียนพิเศษ 4 ชนิด เรียกว่า Doji

2 elementary 03 img03

หากดูจากเส้นนี้ในการซื้อขายนั้นให้ระวังเป็นพิเศษ
หากเเท่งเทียน Doji ออกมาหลังจากเกิดเเท่งเทียน White marubozus นั่นเป็นเพราะว่าผู้ซื้อกำลังอ่อนตัวลง ดังนั้นจำเป็นต้องมีผู้ซื้อจำนวนมากขึ้นอีกเพื่อให้ราคาสูงขึ้น

2 elementary 03 img04

ในทางกลับกันเเท่งเทียน Doji ออกมาหลังจากเกิดเเท่งเทียน Black marubozus นั่นเป็นเพราะฝั่งผู้ขายกำลังอ่อนตัวลงหรือผู้ขายมีไม่เพียงพอ

2 elementary 03 img05

การลดลงของราคาเนื่องจากขาดแรงขายจากผู้ขายรายใหม่ แต่หากย้อนกลับต้องใช้กำลังซื้อใหม่

ต่อไปมาดูรูปแบบเเท่งเทียนอย่างละเอียด ลองพิจารณาดูว่าจะถ่ายทอดอะไร เป้าหมายคือการเรียนรู้เกี่ยวกับแท่งเทียนและช่วยในการซื้อขายของคุณ

รูปแบบกราฟแท่งเทียนแบบเดี่ยว

เรียนรู้วิธีการใช้รูปแบบกราฟแท่งเทียนในการระบุถึงโอกาสในการพลิกผันของตลาด
รูปแบบกราฟแท่งเทียนเบื้องต้นทั้ง 4 แบบ

กราฟแท่งเทียนรูปแบบ Hammer กับรูปแบบ Hanging Man

กราฟแท่งเทียนรูปแบบ Hammerและ Hanging Man นั้นอาจดูเหมือนกันอย่างมาก แต่ทั้งสองนั้นมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงโดยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมราคาที่ผ่านมา ทั้งสองนั้นมีรูปร่างที่เล็กน่ารัก (สีดำหรือขาว) มีไส้เทียนเส้นยาว และมีตัวเทียนอยู่ด้านบน

2 elementary 04 img01

ในรูปแบบ Hammer จะเป็นรูปแบบที่แสดงถึงการกลับตัวของราคาเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงขาลง ซึ่งชื่อนี้ถูกตั้งขึ้นเนื่องจากตลาดกำลังจะออกจากจุดต่ำสุด

เมื่อราคาตกลง รูปแบบHammer จะส่งสัญญาณว่าราคาเข้าใกล้กับจุดต่ำสุดของกราฟ และราคาจะขึ้นอีกครั้ง ไส้เทียนเส้นยาวแสดงให้เห็นว่า ผู้ขายนั้นกดราคาให้ต่ำลง แต่ผู้ซื้อนั้นได้ผ่านแรงกดดันจากการขายนี้ได้และปิดการเทรดได้ใกล้กับราคาเปิด แต่เพียงแค่คุณเห็นรูปแบบ Hammer นี้ในช่วงขาลงก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะวางคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ มันจำเป็นต้องมีสัญญาณขาขึ้นที่ชัดเจนก่อนที่จะลงมือ ตัวอย่างทั่วไปของการยืนยันนั้นคือการรอให้แท่งเทียนสีขาวปิดการเทรดที่ราคาเหนือราคาเปิดไปทางด้านขวาของรูปแบบ Hammer

Recognition Criteria:

– ไส้เทียนจะมีความยาวประมาณ 2 ถึง 3 เท่าของขนาดตัวเทียน
– ตัวเทียนมีขนาดเล็กหรือแทบไม่มี
– ตัวเทียนนั้นจะอยู่จุดบนสุดของช่วงราคาการเทรด
– สีของตัวเทียนนั้นไม่สำคัญ

รูปแบบ Hanging Man นั้นเป็นรูปแบบที่แสดงถึงการกลับตัวของราคาเข้าสู่แนวโน้มขาลง ทำให้สามารถที่จะบอกได้ว่าจุดใดเป็นระดับแนวต้านทานที่สูงที่สุดหรือแข็งแรงที่สุด
เมื่อราคาขึ้นสูงขึ้น การก่อตัวของรูปแบบ Hanging Man นั้นสามารถระบุได้ว่าจำนวนผู้ขายเริ่มที่จะมีมากกว่าจำนวนผู้ซื้อ ไส้เทียนเส้นยาวนั้นแสดงให้เห็นว่าผู้ขายนั้นกดราคาลงในช่วงการเทรด ผู้ซื้อนั้นสามารถดันราคาขึ้นมาได้บ้าง แต่เป็นราคาที่ใกล้กับราคาเปิดเท่านั้น สิ่งนี้สามารถส่งสัญญาณเตือนผู้เทรดได้ว่า ตลาดไม่มีผู้ซื้อเหลือมากพอที่จะทำให้เกิดแรงผลักดันที่ทำให้ราคาสูงขึ้น

Recognition Criteria:

– ไส้เทียนจะมีความยาวประมาณ 2 ถึง 3 เท่าของขนาดตัวเทียน
– ตัวเทียนมีขนาดเล็กหรือแทบไม่มี
– ตัวเทียนนั้นจะอยู่จุดบนสุดของช่วงราคาการเทรด
– สีของตัวเทียนนั้นไม่สำคัญ แต่ตัวเทียนสีดำนั้นมักจะมีแนวโน้มที่ราคาจะกลับตัวเข้าสู่ขาลงมากกว่าตัวเทียนสีขาว

รูปแบบ Long Upper Shadow

ไม่ว่าไส้เทียนจะสั้นกว่าไส้เทียนด้านบนหรือไส้เทียนล่างจะไม่มี สีดำ คือ ไส้เทียนบน,สีน้ำเงิน คือไส้เทียนบน

2 elementary 04 img02

รูปแบบ Long Upper Shadow มี 2 รูปแบบ คือ Inverted hammer และ Shooting star นั้นก็เป็นรูปแบบที่มีรูปร่างที่เหมือนกัน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวของทั้งสองนั้นคือ คุณอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลงของตลาด รูปแบบ Inverted Hammer นั้นเป็นรูปแบบกราฟแท่งเทียนที่มีการกลับตัวของราคาเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น (Bullish Reversal) รูปแบบ Shooting Star นั้นเป็นรูปแบบกราฟแท่งเทียนที่มีการกลับตัวของราคาเข้าสู่แนวโน้มขาลง (Bearish Reversal)
โดยทั้งสองรูปแบบนี้เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่มีรูปร่างเล็ก (แบบทึบหรือแบบโปร่ง) มีไส้เทียนทางบน และมีตัวเทียนขนาดเล็กหรือไม่มีเลย

รูปแบบกราฟแท่งเทียนแบบคู่

2 elementary 05 img01

รูปแบบ Bullish Engulfing เป็นรูปแบบแท่งเทียน 2 แท่งที่เกิดขึ้นในช่วงขาลงของตลาด ส่งสัญญาณว่าอาจมีแนวโน้มที่แข็งแรงในการปรับตัวขึ้นของราคา รูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อแท่งเทียนในแนวโน้มขาลงนั้นตามมาทันทีด้วยแท่งเทียนขาขึ้น

โดยที่แท่งเทียนแท่งที่ 2 แท่งเทียนขาขึ้นกลืนแท่งเทียนขาลง ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อนั้นจะยืดหยุ่นร่างกายของพวกเขา ที่ส่งนี่อาจส่งผลให้มีการปรับตัวขึ้นของราคาหลังจากราคาที่ตกลงที่ผ่านมา

แต่ในทางกลับกัน Bearish Engulfing เป็นรูปแบบที่ตรงกันข้ามกับรูปแบบ Bullish รูปแบบของแท่งเทียนชนิดนี้เกิดขึ้นต่อเมื่อแท่งเทียนขาขึ้นนั้นตามมาทันทีด้วยแท่งเทียนขาลง โดยแท่งเทียนขาลงนั้นมีขนาดใหญ่จนสามารถ “กลืน” แท่งเทียนขาขึ้นได้จนหมด นี่หมายความว่าผู้ขายมีอำนาจเหนือผู้ซื้อ และอาจเกิดแนวโน้มที่แข็งแรงในการปรับตัวลงของราคาได้

รูปแบบ Tweezer Bottoms และ Tweezer Tops

รูปแบบแท่งเทียนนี้มักจะเกิดขึ้นให้เห็นหลังจากมีการปรับตัวของราคาขึ้นหรือลงที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าการกลับตัวของราคาจะเกิดขึ้นในไม่ช้า สังเกตได้ว่าการก่อตัวของแท่งเทียนนี้นั้นเหมือนกับ Tweezer จึงเรียกว่า “Tweezer”

2 elementary 05 img02

รูปแบบ Tweezers ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดจะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

– แท่งเทียนแท่งแรกนั้นเป็นเหมือนกับราคาโดยรวมทั่วไป หากราคาปรับตัวขึ้น แปลว่าแท่งเทียนแท่งแรกนั้นมีรูปแบบขาขึ้น
– แท่งเทียนแท่งที่สองนั้นเป็นสภาพตลาดที่ตรงข้ามกับสภาพโดยรวมทั่วไป หากราคาปรับตัวขึ้น แท่งเทียนแท่งที่สองนั้นจะเป็นรูปแบบขาลง เงาของแท่งเทียนนั้นควรจะมีขนาดเท่ากับความยาว
– ไส้เทียนทั้งสองนั้นจะมีความยาวเท่ากัน Tweezer Tops ควรที่จะมีราคาสูงสุดที่เท่ากัน ในขณะที่ Tweezer Bottoms นั้นควรจะมีราคาต่ำสุดที่เท่ากัน

รูปแบบแท่งเทียนประเภทสามแท่ง

2 elementary 06 img01

รูปแบบ Evening Stars และ Morning Stars

รูปแบบ Evening Star และ Morning Star เป็นรูปแบบแท่งเทียนประเภทสามแท่งที่คุณมักจะพบในตอนจบของแนวโน้มการปรับตัวของราคา
พวกมันเป็นรูปแบบการปรับตัวของราคาที่สามารถสังเกตได้ผ่าน 3 ลักษณะต่อไปนี้ โดยจะใช้รูปแบบ Evening Stars อยู่ทางด้านขวาเป็นตัวอย่างในสิ่งที่คุณอาจจะได้พบ
1. แท่งเทียนแท่งแรกเป็นแท่งเทียนขาขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มปรับตัวขึ้นของราคาที่ผ่านมา
2. แท่งเทียนแท่งที่ 2 นั้นมีรูปร่างที่เล็ก แสดงให้เห็นว่าอาจมีการตัดสินใจที่ไม่แน่นอนอยู่ในตลาด ซึ่งการดูแท่งเทียนนี้ไม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็นขาขึ้นและขาลง
3. แท่งเทียนแท่งที่ 3 ทำหน้าที่เป็นตัวยืนยันว่าการปรับตัวของราคาได้เกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากแท่งเทียนนี้แสดงถึงการปิดการเทรดเหนือจุดกึ่งกลางของแท่งเทียนแท่งแรก

รูปแบบ Three White Soldiers และ Three Black Crows

2 elementary 06 img02

รูปแบบ Three White Soldiers เป็นรูปแบบที่ก่อตัวขึ้นเมื่อแท่งเทียนขาขึ้น 3 แท่งตามมาด้วยการปรับตัวลงของราคา ส่งสัญญาณให้เห็นว่าการกลับตัวของราคาได้เกิดขึ้นแล้ว
รูปแบบนี้แท่งเทียนที่ 2 ควรต้องมีขนาดใหญ่กว่าเเท่งเทียนที่ 1 อีกทั้งแท่งเทียนที่ 2 ควรมีราคาปิดโดยไม่มีไส้เทียนหรือมีไส้เทียนสั้น

รูปแบบ Three Black Crows เป็นรูปแบบที่ตรงกันข้ามกับ Three White Soldiers ซึ่งรูปแบบนี้จะก่อตัวขึ้นก็ต่อเมื่อแท่งเทียนขาลงมีการตามมาด้วยแนวโน้มอย่างแข็งแรงของการปรับขึ้นของราคา แสดงให้เห็นได้ว่าการกลับตัวของราคานั้นได้เกิดขึ้นแล้ว
รูปร่างของแท่งเทียนแท่งที่ 2 นั้นควรมีขนาดใหญ่กว่าขนาดของแท่งเทียนแท่งแรก และควรที่จะมีราคาปิดที่เท่ากับหรือใกล้กับราคาต่ำสุดและท้ายที่สุด แท่งเทียนแท่งที่ 3 นั้นควรที่จะมีขนาดเท่ากับ หรือใหญ่กว่าตัวแท่งเทียนแท่งที่ 2 โดยมีไส้เทียนสั้นหรือไม่มีไส้เทียนเลย

รูปแบบ Three Inside Up และ Three Inside Down

การก่อตัวของกราฟแท่งเทียนรูปแบบ Three Inside Up นั้นเป็นรูปแบบการปรับตัวของแนวโน้มราคา ซึ่งสามารถพบได้ในจุดต่ำสุดของแนวโน้มราคาขาลง รูปแบบแท่งเทียน 3 แท่งนี้แสดงให้เห็นถึงว่า แนวโน้มราคาขาลงนั้นคาดว่าได้สิ้นสุดลงและแนวโน้มราคาขาขึ้นนั้นได้เกิดขึ้น
สำหรับการก่อตัวของกราฟแท่งเทียนแบบ Three Inside Up ที่สมบูรณ์นั้นสามารถสังเกตได้จากคุณสมบัติเหล่านี้

1. แท่งเทียนแท่งแรกนั้นควรที่จะพบในจุดต่ำสุดของแนวโน้มราคาขาลง และสามารถแยกได้จากแท่งเทียนขาลง
2. แท่งเทียนแท่งที่ 2 นั้นควรที่จะเคลื่อนตัวขึ้นไปถึงจุดกึ่งกลางของเทียนแท่งแรก
3. แท่งเทียนแท่งที่ 3 นั้นจะต้องปิดเหนือราคาสูงสุดของแท่งเทียนแรก

ในทางกลับกันการก่อตัวของเเท่งเทียนแบบ Three Inside Down ที่พบด้านบนของแนวโน้มขาขึ้น หมายความว่าเเนวโน้มขาขึ้นอาจจบลงและเเนวโน้มขาลงใหม่ได้เริ่มขึ้นเเล้ว

การก่อตัวของแท่งเทียนแบบ Three Inside Down จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

1. แท่งเทียนแท่งแรกนั้นควรที่จะพบในจุดสูงสุดของแนวโน้มราคาขาขึ้น และสามารถแยกได้จากแท่งเทียนขาขึ้น
2. แท่งเทียนแท่งที่ 2 นั้นควรที่จะเคลื่อนตัวลงไปถึงจุดกึ่งกลางของเทียนแท่งแรก
3. แท่งเทียนแท่งที่ 3 นั้นจะต้องปิดใต้ราคาต่ำสุดของแท่งเทียนแรก

 

โพยเเท่งเทียน

หากคุณยังไม่เคยดูบทเรียนเกี่ยวกับแท่งเทียนตั้งแต่ต้น ให้ลองเริ่มอ่านตั้งเเต่ “What is Candlestricks?”ก่อนต่อไปคือประเภทของแท่งเทียนที่เราได้เคยพูดไป

Number of BarsCandlestick NameBullish or Bearish?What It Looks Like?
SingleSpinning TopNeutral
2 elementary 07 img01
DojiNeutral
2 elementary 07 img02
White MarubozuBullish
2 elementary 07 img03
Black MarubozuBearish
2 elementary 07 img04
HammerBullish
2 elementary 07 img05
Hanging ManBearish
2 elementary 07 img06
Inverted HammerBullish
2 elementary 07 img07
Shooting StarBearish
2 elementary 07 img08
DoubleBullish EngulfingBullish
2 elementary 07 img09
Bearish EngulfingBearish
2 elementary 07 img10
Tweezer TopsBearish
2 elementary 07 img11
Tweezer BottomsBullish
2 elementary 07 img12
TripleMorning StarBullish
2 elementary 07 img13
Evening StarBearish
2 elementary 07 img14
Three White SoldiersBullish
2 elementary 07 img15
Three Black CrowsBearish
2 elementary 07 img16
Three Inside UpBullish
2 elementary 07 img17
Three Inside DownBearish
2 elementary 07 img18
ชื่อเรียกรูปแบบความหมาย
White Marubozu
2 elementary 07 img19
เป็นรูปแบบที่สามารถยืนยันราคาสูงสุดต่ำสุดได้ หาก White Marubozu ราคาเปิดเท่ากับราคาต่ำสุดและราคาปิด คือ ราคาสูงสุด
Black Marubozu
2 elementary 07 img20
เป็นรูปแบบที่สามารถยืนยันราคาสูงสุดต่ำสุดได้ หาก Black Marubozu ราคาเปิดจะเท่ากับราคาสูงสุดและ ปิดที่ราคาต่ำที่สุด
Spinning Top
2 elementary 07 img21
เป็นขาขึ้นแต่ราคาขยับไม่มาก
Spinning Top
2 elementary 07 img22
เป็นขาลงแต่ราคาขยับไม่มาก
Doji
(สามารถเปลี่ยนทิศทางได้)
2 elementary 07 img23
มีการขยับของราคาแต่สุดท้ายเเล้วราคาเปิดและราคาปิดเหมือนกัน เป็นข้อยืนยันว่านักลงทุนทั้งหลายมีความกังวลใจ ตลาดมีการกลับตัวบ่อย
Hanging Man
2 elementary 07 img24
ราคาตกลงแต่ฟื้นตัวกลับมาและราคาปิดเหนือราคาเปิด บ่งบอกราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
Hammer
2 elementary 07 img25
ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิดแต่ราคาร่วงลงก่อนที่ราคาจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า
Shooting Star
2 elementary 07 img26
ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดแต่ไม่ไปถึงราคาสูงสุด
Inverted Hammer
2 elementary 07 img27
ราคาขึ้นแต่ราคาปิดอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด มีแนวโน้มลงลงสูง

สรุป: เกี่ยวกับเเท่งเทียน

Candlesticks are formed using the open,
high, low, and close of a
particular time period.

 

– เมื่อราคากำลังขึ้น ตัวแท่งเทียนจะเป็นสีขาว
– เมื่อราคากำลังลง ตัวแท่งเทียนจะเป็นสีดำ
– เส้นที่อยู่ติดตัวแท่งเทียนด้านบนและล่าง เรียกว่า ไส้เทียนด้านบน ไส้เทียนด้านล่าง
– ตัวแท่งเทียนยาว หมายถึง การซื้อหรือขายแข็งแกร่ง ยิ่งยาวเท่าไหร่ความต้องการซื้อขายยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น
– ตัวแท่งเทียนสั้น หมายถึง การซื้อหรือการขายน้อย
– จุดสูงสุดของไส้เทียน คือ High
จุดต่ำสุดของไส้เทียน คือ Low

แท่งเทียนมีหลายชนิด ซึ่งแบ่งออกเป็นใหญ่ๆ คือ แท่งเทียนแบบ Single,Dual และ Triple

จำนวนแท่งรูปแบบเเท่งเทียนญี่ปุ่น
SingleSpinning Tops, Dojis, Marubozu, Inverted Hammer, Hanging Man, Shooting Star
DoubleBullish and Bearish Engulfing, Tweezer Tops and Bottoms
TripleMorning and Evening Stars, Three Black Crows and Three White Soldiers, Three Inside Up and Down

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรรู้รูปแบบแท่งเทียนไว้
สุดท้ายโปรดจำไว้ว่าแม้ว่ารูปแบบนี้จะเห็นได้ในการซื้อขายจริงก็ตามแต่การซื้อขายไม่อาจทำได้ตามแบบนี้ได้เรียนรู้มา เราต้องพิจารณาจากสภาพตลาดและการเคลื่อนไหวของราคาด้วย