fbpx

พื้นฐานฟอเร็กซ์ Level 4

แนวรับและแนวต้านคืออะไร?

แนวรับและเเนวต้านเป็นหนึ่งในแนวคิดที่ใช้กันอย่างเเพร่หลายในการซื้อขาย Forex
ก่อนอื่นเรามาดูพื้นฐานกันก่อนดีกว่า

1 elementary 01 img01

จากรูปภาพด้านบน คุณจะเห็นกราฟรูปแบบซิกแซกกำลังเป็นเทรนด์ขาขึ้น เมื่อตลาดปรับตัวขึ้นแล้วปรับตัวลง จุดสูงสุดที่มาถึงก่อนหน้าจะปรับฐาน จุดนั้นเรียกว่า แนวต้าน (Resistance)

เมื่อตลาดเคลื่อนตัวขึ้นอีกครั้ง จุดต่ำสุดที่มาถึงก่อนจะเริ่มปรับฐาน จุดนั้นเรียกว่า แนวรับ(Support) กรณีนี้แนวต้านและเเนวรับจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาด Forex มีความผันผวนเมื่อเวลาผ่านไป การเกิดการกลับเทรนด์กลายเป็นตลาดขาลงก็จะยังมีแนวต้านเเนวรับอยู่เช่นเดิม

วิธีการหาแนวรับและแนวต้าน

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำ คือ ระดับแนวรับและเเนวต้านไม่ใช่ตัวเลขที่เเน่นอน

บ่อยครั้งที่คุณจะเห็นแนวรับหรือแนวต้านที่ถูกทำลาย แต่ไม่นานหลังจากนั้นคุณจะพบว่ามันเป็นเพียงการขึ้นไปทดสอบแนวรับแนวต้านเฉยๆ ถ้าเรามองโดยใช้กราฟเเท่งเทียน (Candlesticks Chart) การทดสอบแนวรับแนวต้านนั้นจะใช้ตัวไส้เทียนเสมอ

1 elementary 01 img02

ถ้าสังเกตกราฟแท่งเทียนว่าทดสอบระดับอย่างไรที่ระดับเเนวรับ 1.4700 ก็จะดูเหมือนว่าตลาดทำท่าทำลายแนวรับ (Breaking support) แต่ถ้ามองย้อนกลับไปเราจะเห็นว่า ตลาดเพียงแค่ทดสอบระดับนั้นเท่านั้น

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า แนวรับและแนวต้านนั้นถูกทำลายแล้ว?

ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามนี้ บางคนจะบอกว่าแนวรับหรือเเนวต้านถูกทำลายแล้ว เพราะว่าตลาดนั้นปิดเหนือระดับนั้น อย่างไรก็ตามคุณจะพบว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

มาดูตัวอย่างจากข้างบนแล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อราคาปิดผ่านระดับแนวรับ 1.4700

 

1 elementary 01 img03

กรณีนี้ ราคาปิดต่ำกว่าแนวรับที่ 1.4700 แต่จบลงด้วยการดีดตัวขึ้นเหนือแนวรับ
ถ้าคุณเชื่อว่า นี่เป็นการทำลาย (Breakout) จริงและขายคู่นี้ คุณคงจะเจ็บตัวหนัก! ลองดูที่กราฟสิ คุณจะเห็นและสรุปได้ว่า แนวรับไม่ได้ถูกทำลายจริงๆ มันยังคงไม่บุบสลายมากและตอนนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย
ดังนั้นเพื่อคุณกรอกสิ่งผิดพลาดที่ผิดพลาดเหล่านี้ คุณควรคำนึงถึงแนวรับแนวต้านเป็น “โซน” มากกว่าการใช้เพียงตัวเลขเดี่ยวๆ
วิธีที่จะช่วยคุณหาโซนนี้ คือ การกำหนดจุดแนวรับแนวต้านโดยการใช้กราฟเส้น (Line Chart) แทนที่จะใช้กราฟแท่งเทียน (Candles Chart) เหตุผลก็คือ Line Chart แสดงราคาปิดในขณะที่แท่งเทียนนั้นแสดงราคาสูงสุด ต่ำสุด ซึ่งราคาสูงสุดต่ำสุดอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด
เมื่อกำหนดแนวรับแนวต้าน ไม่จำเป็นต้องใช้ปฏิกิริยาจากสภาวะการเคลื่อนไหวของตลาด แค่กำหนดมันออกมาคร่าวๆพอ ลองดูกราฟเส้น(Line Chart) คุณต้องการพล็อตแนวรับและแนวต้านรอบๆพื้นที่ที่คุณเห็นราคาขึ้นไปจุดสูงสุด

1 elementary 01 img04

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเเนวรับและแนวต้าน

– เมื่อราคาทะลุผ่านแนวต้าน แนวต้านดังกล่าวอาจกลายเป็นแนวรับ
– ยิ่งราคาทดสอบระดับแนวต้านหรือแนวรับมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เห็นว่าเป็นแนวรับแนวต้านมีความแข็งเเกร่งมากขึ้นเท่านั้น
– เมื่อเเนวรับและแนวต้านถูกทำลาย ระดับการเคลื่อนไหวต่อไปจะขึ้นอยู่กับขนาดแนวรับและแนวต้านที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนั้น

1 elementary 01 img05

จากการฝึกฝนเล็กน้อย คุณก็จะสามารถกำหนดจุดเเนวรับแนวต้านในForex ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ในลำดับถัดไป เราจะเรียนรู้วิธีการเทรดเเนวรับแนวต้านที่เรียกว่า เส้นเทรนด์ไลน์ (Trend lines)

เส้นเทรนด์ไลน์ (Trend lines)

Trend Lines เป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยในการวิเคราะห์ทางเทคนิคของการเทรด Forex ที่เทรดเดอร์รู้จักกันดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเพียงพอถ้าเราวาดได้ถูกต้อง มันจะบอกเทรนด์ได้แม่นยำเหมือนวิธีการอื่นๆ แต่ว่าโชคไม่ดีที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้วาดอย่างถูกต้องหรือพยายามจะวาดเส้นให้แนบชิดกับราคาเกินไปแทนที่จะวาดให้เป็นเเนวระยะเส้นเทรนด์ไลน์(Trend Line) มีรูปแบบพื้นฐานของมัน เส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นจะถูกวาดจากจุดที่ราคาต่ำจากจุดแนวรับมา ส่วนเทรนด์ขาลง เทรนด์จะถูกวาดจากราคาสูงสุดลงมาจากเส้นแนวต้านลงมาวาดเส้นเเนวโน้ม(Trend Line) อย่างไร? การวาดเส้นแนวโน้ม (Trend Line) ของ Forex สิ่งที่คุณจะต้องค้นหามีอยู่ 2 ปัจจัยหลัก คือ หาจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดเพื่อเชื่อมต่อกัน

ลองมาดูวิธีง่ายๆในตัวอย่าง ด้านล่างคือ ตัวอย่างการเคลื่อนไหวของเเนวโน้ม มาลองสังเกตุการเคลื่อนไหวของมันกัน

1 elementary 02 img01

<ประเภทของเส้นเทรนด์> เส้นเทรนด์ไลน์มีทั้งหมด 3 ประเภท ด้วยกัน คือ

1. แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
2. แนวโน้มขาลง (Downtrend)
3. แนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง (Sideway trends)

สิ่งสำคัญในการใช้เส้นเเนวโน้ม(Trend lines) :

– ในการวาดเส้นแนวโน้มเพื่อให้ได้ผลที่ดีจำเป็นต้องหาจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดอย่างน้อย 2 ตำแหน่ง แต่ทางที่ดีที่สุดควรหาไว้ 3 ตำแหน่งเพื่อยืนยันความแน่นอน
– แม้เส้นเเนวโน้มที่วาดไว้จะน่าเชื่อถือ แต่ก็อาจมีแนวโน้มสูงที่จะถูกทำลายได้เช่นกัน
– เส้นเเนวโน้มก็เหมือนกับเส้นเเนวรับเเนวต้านที่เมื่อมีการทดสอบก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
– สิ่งสำคัญที่สุด คือ อย่าพยายามวาดเส้นแนวโน้มด้วยการบังคับให้มันเข้ากับตลาด หากเส้นเเนวโน้มนั้นไม่เข้ากับตลาดผลลัพธ์ที่ได้ก็ผิดไปด้วย

Channels

คุณสามารถใช้ทฤษฎีเส้นเเนวโน้มสร้างกรอบแนวโน้มได้โดยวาดเส้นคู่ขนานที่มุมเดียวกันของขาขึ้นหรือขาลงเราจะสร้าง ChannelsChannels เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สามารถใช้เพื่อกำหนดว่าจะวางคำสั่งขายที่ไหน สัญญาณของจุดสูงสุดและต่ำสุด คือ ขอบเขตของเเนวรับเเนวต้านที่อาจเกิดขึ้น

1 elementary 03 img01

ในการสร้าง Channels ขาขึ้น เพียงแค่วาดเส้นที่ระนาบระดับเดียวกับเทรนด์ขาขึ้นแล้วย้ายไปสัมผัสกับจุดสูงสุด ซึ่งควรทำในเวลาเดียวกับที่สร้าง Trend line

ตรงกันข้ามในราคาสร้าง Channels ขาลง เพียงแค่วาดเส้นที่ระนาบเดียวกับเทรนด์ขาลงแล้วย้ายไปสัมผัสกับจุดต่ำสุด สิ่งนี้ควรทำในเวลาเดียวกันกับที่สร้าง Trend line

เมื่อราคาพุ่งเข้าหา Trend line ต่ำลง นี่อาจจะใช้เป็นพื้นที่ซื้อ เมื่อราคาพุ่งเข้าหา Trend line สูงขึ้น นี่อาจจะใช้เป็นพื้นที่ขาย

ประเภทของ Channels มีดังนี้

1.ช่องขาขึ้น (Ascending Channels)
2.ช่องขาลง (Descending Channels)
3.ช่องทางแนวนอน (Horizontal Channels)

สิ่งสำคัญเกี่ยวการวาด Trend Line

– เมื่อสร้าง Channels เส้นเเนวโน้มทั้งสองจะต้องขนานกัน
– โดยทั่วไปด้านล่างของ Channels จะถือเป็นโซนซื้อ ในขณะที่ด้านบนของ Channels จะเป็นโซนขาย
– เช่นเดียวกับในการวาดเส้นแนวโน้ม อย่าบังคับราคากับ Channels ที่คุณวาด ขอบเขตของ channels ที่ลาดมุมหนึ่ง ในขณะที่ขอบเขตของ Channels ที่สอดคล้องกันนั้นเอียงที่อีกมุมหนึ่งนั้นไม่ถูกต้องและอาจนำไปสู่การซื้อขายที่ไม่ดี

การซื้อขายที่ใช้แนวรับและแนวต้าน

เมื่อรู้พื้นฐานแล้วก็ถึงเวลาที่จะใช้เครื่องมือทางเทคนิคขั้นพื้นฐาน แต่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการซื้อขายของคุณ เพราะเราต้องการทำให้สิ่งต่างๆเข้าใจง่าย เราจึงแบ่งวิธีการแลกเปลี่ยนแนวรับและแนวต้านออกเป็น สองแนวคิดง่ายๆ คือ การตีกลับ(Bounce)และการแตก(Break)

Bounce

1 elementary 04 img01

วิธีการหนึ่งในการซื้อขายแนวรับและเเนวต้าน จะเกิดขึ้นทันทีหลังจากการเด้ง(Bounce)

เทรดเดอร์ Forex หลายรายทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการตั้งคำสั่งซื้อขายโดยตรงในระดับแนวรับและแนวต้าน แน่นอนว่ามันอาจใช้งานได้ในบางครั้ง แต่วิธีการซื้อขายแบบนี้ สันนิษฐานว่าระดับแนวรับหรือแนวต้านจะถือโดยไม่ได้รับราคา

คุณอาจกำลังคิดว่า “ทำไมฉันไม่ตั้งค่าคำสั่งซื้อให้ถูกต้องบนบรรทัด? ด้วยวิธีนี้ฉันมั่นใจในราคาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

เมื่อเล่นเด้ง (Bounce) เราต้องการเอียงอัตราต่อรองในความโปรนปรานของเราและค้นหาการยืนยันบางอย่างที่สนับสนุนหรือต่อต้าน

กล่าวคือ เเทนที่จะใส่คำสั่งซื้อ ·ขายทันทีเราต้องการรอให้เด้ง(Bounce)ก่อนก่อนเข้า หากคุณกำลังมองระยะสั้น คุณต้องการรอให้มันเด้งออกเเนวเด้งก่อนเข้า ด้วยการทำเช่นนี้คุณจะหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและทะลุแนวรับและแนวต้าน จากประสบการณ์การจับมีดที่ตกลงมาเมื่อการซื้อขาย Forex สามารถทำให้เป็นเลือดได้

1 elementary 04 img02

Break out

ในโลกเราภาษาที่สมบูรณ์แบบมีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น เราทุกคนถูกลอตเตอรี่กันหมด ให้ความรู้สึกเหมือนกับระดับแนวรับแนวต้านใน Forex จะคงอยู่ตลอดไป

สิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดในตลาด Forex เมื่อราคาเข้าถึงระดับแนวรับและแนวต้านเเละทำการซื้อขายและสามารถทำกำไรได้

ซึ่งในความเป็นจริงเเล้วระดับเเนวรับเเนวต้านสามารถถูกทำลายได้ทุกเมื่อ

เมื่อระดับเเนวรับและเเนวต้านถูกทำลาย คุณควรต้องรู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร

วิธีการใช้ Breaks ในการซื้อขาย Forex มีอยู่ 2 วิธี คือ วิธีการก้าวร้าว(The Aggressive Way) และวิธีการอนุรักษ์ (The Conservative Way)

วิธีก้าวร้าว (The Aggressive Way)

วิธีที่ง่ายที่สุดในการเล่น Breakouts คือ การใส่คำสั่งเมื่อราคาทะลุผ่านโซนแนวรับหรือแนวต้าน เนื่องจากเมื่อราคาทะลุผ่านระดับแนวรับที่สำคัญหรือแนวต้าน(เมื่อราคาทะลุผ่านที่นั่น) ทำให้ความมั่นใจและอยากทำคำสั่ง

1 elementary 04 img03

วิธีอนุรักษ์นิยม (The Conservative Way)

สมมุติคิดว่ามันจะเพิ่มขึ้นหลังจากตีกลับจากระดับแนวรับและตัดสินใจวางคำสั่งซื้อ EUR/USD หลังจากนั้นไม่นานแนวรับหยุดและคุณจะยังคงอยู่ในสถานะที่สูญเสียโดยที่ยอดเงินบัญชีของคุณลดลง

ถ้าเป็นคุณจะเลือกวิธีไหน?

A. คุณจะยอมรับความพ่ายเเพ้แล้วตัดสินใจออกจากตำแหน่งของคุณหรือไม่?

B.ยึดมั่นในการเทรดของคุณและหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง?

หากตัวเลือกของคุณเป็นตัวเลือกที่สองคุณจะเข้าใจวิธีการเทรด forex ประเภทนี้ได้อย่างง่ายดาย จำไว้ว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณปิดตำแหน่งคุณจะได้ฝั่งตรงข้ามของการเทรด การปิดการเทรด EUR/USD ของคุณที่หรือใกล้กับจุดคุ้มทุน หมายความว่า คุณจะต้องย่อ EUR/USD ด้วยจำนวนเดียวกัน
ตอนนี้หากมีการขายและการชำระบัญชีตำแหน่งการสูญเสียที่เพียงพอที่ระดับแนวรับที่ขาดหายไปราคาจะกลับตัวและเริ่มลดลงอีกครั้ง
ปรากฏการณ์นี้เป็นเหตุผลหลักว่าทำไมระดับแนวรับที่หักจะกลายเป็นแนวต้านเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาแตกหัก ในขณะที่คุณคาดว่าการใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์นี้คือ การอดทน แทนที่จะเข้ามาทางขวาบนช่วงพักให้รอราคาเพื่อให้ “ถอยกลับ”ไปที่แนวรับหรือแนวต้านที่แตกและเข้ามาหลังจากการตีกลับราคา

1 elementary 04 img04

・ข้อควรระวัง
ใน Forex ไม่ได้มีสิ่งนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา แนวรับเเละแนวต้านแบบ Break “RETESTS” ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป ในบางกรณีราคาอาจแตกต่างจากสิ่งที่คุณคาดหวังที่จะย้ายไปข้างหนึ่ง ดังนั้นให้ใช้คำสั่งหยุดขาดทุน(Stop loss order)เสมอ นอกจากนี้คุณไม่ควรถือออเดอร์ด้วยความหวัง

สรุป: เเนวรับและแนวต้าน

Support and resistance are levels
where price will potentially stall
and sometices even reverse.
เมื่อตลาดปรับราคาขึ้นเเล้วพักฐานกลับมา จุดสูงสุดก่อนหน้าที่มันจะพักฐานลงมา เรียกว่า แนวต้าน
ตรงข้ามเมื่อราคาต่ำลงและเริ่มปรับตัวขึ้น จุดต่ำสุดของราคาหลังจากที่พักฐานจะกลายมาเป็นเเนวรับ
สิ่งหนึ่งที่ควรจำ คือ แนวรับและเเนวต้านนั้นไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน
เพื่อช่วยคุณกรองสิ่งผิดพลาดเหล่านี้คุณควรคำนึงถึงการแนวรับและแนวต้านเป็น “โซน” มากกว่าตัวเลขวิธีหนึ่งที่จะช่วยคุณค้นหาโซนเหล่านี้ คือ การลงจุดแนวรับและแนวต้านบนกราฟเส้น (Line Chart) แทนที่จะเป็นกราฟแท่งเทียน (Candles Chart)สิ่งที่ต้องจำอีกอย่างคือ เมื่อราคาทะลุแนวต้าน แนวต้านดังกล่าวอาจกลายเป็นแนวรับ เช่นเดียวกันอาจเกิดขึ้นกับระดับแนวรับ หากระดับแนวรับแตกหักอาจเป็นเเนวต้านได้

เส้นเทรนด์ไลน์ (Trend Lines)

ในรูปแบบพื้นฐานที่สุดบรรทัดขาขึ้นจะถูกวาดที่ด้านล่างของพื้นที่แนวรับที่สามารถระบุตัวตนได้ง่าย ในแนวโน้มขาลง Trend line จะถูกวาดไปที่บริเวณแนวต้านที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างง่ายดาย มีแนวโน้ม 3 ประเภท

1. แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
2. แนวโน้มขาลง (Downtrend)
3. แนวโน้มด้านข้าง (Sideways trends)

Channels

ในการสร้างChannels ขาขึ้น เพียงแค่วาดเส้นที่ระนาบระดับเดียวกับเทรนด์ขาขึ้นแล้วย้ายไปสัมผัสกับจุดสูงสุด ในราคาสร้าง Channels ขาลง เพียงแค่วาดเส้นที่ระนาบเดียวกับเทรนด์ขาลงแล้วย้ายไปสัมผัสกับจุดต่ำสุด

Channels มี 3 ประเภท ดังนี้

1. Ascending Channel
2. Descending Channel
3. Horizontal Channel

การซื้อขายแนวรับและแนวต้าน สามารถแบ่งออกไปเป็น 2 วิธี : การเด้ง (Bounce) และการพัก(Break)
เมื่อเทรดแบบ bounce เราต้องขัดแย้งจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จและหาการยืนยันบางอย่างว่าเป็นแนวรับหรือแนวต้านที่จะถือ แทนที่จะเพียงแค่ซื้อหรือขายในทันที แต่รอให้มันเด้งก่อนเข้า ด้วยการทำเช่นนี้ คุณจะหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนผ่านระดับแนวรับและเเนวต้าน
สำหรับการพัก (Break) แบ่งเป็นวิธีก้าวร้าว (The Aggressive Way) และวิธีอนุรักษ์นิยม (The Conservative Way) ในทางวิธีก้าวร้าว (The Aggressive Way) คุณเพียงแค่ซื้อหรือขายเมื่อราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านได้อย่างง่ายดาย ในวิธีอนุรักษ์นิยม (The Conservative Way) คุณรอราคา “ถอยกลับ” ไปสู่แนวรับหรือแนวต้านที่แตกและป้อนหลังจากการตีกลับราคา