fbpx

พื้นฐานฟอเร็กซ์ Level 12

ทฤษฎี Elliot Wave

Elliot Wave

หากจะดูเพียงแค่รูป ก็ไม่มีทางทราบได้เลยว่าเขาคือใคร แต่ถ้าพูดว่าทฤษฎีของเอเลียต (Elliott Wave) บุคคลที่ทำการศึกษาราคาท้องตลาดอาจจะรู้ ซึ่ง Ralph Nelson Elliott เป็นผู้คิดค้นทฤษฏีเทคโนโลยีเพื่อการลงทุนในตราสารหุ้นเขาศึกษาความผันผวนของราคาเฉลี่ยอุตสาหกรรม Dow Jones และค้นพบกฏของคลื่นและอธิบายทฤษฎีเอเลียตระดับต้น นั่นคือ เขียนหนังสือเรื่อง ทฤษฎี Elliott Wave ลองมาฟังคำพูดของเขากัน “อารมณ์ของมนุษย์มีจังหวะ มันเคลื่อนที่เหมือนคลื่นที่มีจำนวนและทิศทางที่เเน่นอน ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ในทุกกิจกรรมมนุษย์ เช่น การเมืองธุรกิจและความบันเทิง (ทฤษฎีคลื่น)” โดยวิธีนี้ ทฤษฎีของ Elliott เข้าใจเป็นคลื่นของจิตวิทยามนุษย์และค้นพบรูปแบบของราคา โดยการแนะนำสาระสำคัญของคลื่นผ่านรูปแบบ, อัตราส่วนและเวลา

คลื่น Impulse Waves

เอเลียตคิดว่า “มันประกอบไปด้วยคลื่น 5 ลูกที่ประกอบกันเป้นเเนวโน้มที่ผันผวนของตลาดและคลื่น 3 ลูกที่ปรับตัวขึ้น” รูปแบบของคลื่น 5 คลื่นแรก เรียกว่า “Impulse waves” รูปแบบของคลื่น 3 คลื่นสุดท้าย เรียกกว่า “Corrective waves” โดยรูปแบบนี้ คลื่นที่ 1,3,5 เป็นเหมือนตัวกระตุ้น(เทรนด์), คลื่น 2และ4 เป็นการแก้ไข(การปรับ)ตลาด

1 summerschool 02 img01

คลื่นลูกที่ 1: ตัวบ่งชี้บอกถึงจุดสิ้นสุดของเเนวโน้มขาลงและความเชื่อมั่นของตลาดกำลังเริ่มเปลี่ยนแปลง มันขึ้นกับการยกเลิกคำสั่งขาย แต่มันเป็นลบในทางปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) เริ่มเข้าคำสั่งซื้อใหม่จากการผันผวนราคาที่คงที่ จุดเปลี่ยนของราคามักจะไม่นานตราบใดที่มันมีจำนวนมาก เมื่อจู่ๆก็พุ่งสูงขึ้นจากการซื้อของ 目先筋 (นักเก็งกำไรที่เชี่ยวชาญในการซื้อขายระยะสั้น)

คลื่นลูกที่ 2: นี่เป็นคลื่นการแก้ไขครั้งแรกและในหลายๆกรณีสามารถถูกมองว่าเป็นส่วนขยายของแนวโน้มขาลงและปัจจัยพื้นฐาน ยังรวมถึงข่าวเชิงลบก่อนหน้านี้ การลดลงมักจะได้รับการแก้ไขและสิ้นสุดขึ้นไปประมาณ 61.8% (ย่อมาจากลำดับ Fibonacci) ของคลื่นลูกแรก เมื่อแนวโน้มขาลงยังคงดำเนินต่อไป ดังนั้นคุณต้องระวังระดับนี้

คลื่นลูกที่ 3: เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานดีขึ้นและการวิจารณ์ของนักวิเคราะห์ได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าตลาดขาขึ้นกำลังเริ่มได้รับการสนับสนุน คลื่นลูกที่ 3 ที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในคลื่น 5 ลูกนั้นยาวที่สุด นอกจากนี้ส่วนขยายอาจเกิดขึ้นในระยะนี้ การเพิ่มขึ้นเนื่องจากคลื่นนี้ สามารถอยู่ในช่วง 2.618 ถึง 4.236 เท่า เมื่อขอบเขตของการขยายอยู่ที่ประมาณ 1.382 ถึง 1.618 เท่าของการลดลงของคลื่นลูกที่ 2 (มาจาก ลำดับ Fibonacci)

คลื่นลูกที่ 4: มันเป็นคลื่นแก้ไขเเบบพิเศษเฉพาะและมักจะจบลงด้วย 38.2%ของคลื่นลูกที่ 3 (มาจากลำดับ Fibonacci) ที่ประมาณ 61.8% หากมีการปรับเพิ่มเติมอาจถือได้ว่าเป็นส่วนขยายของคลื่นลูกที่ 2 เมื่อความกว้างการปรับของคลื่นลูกที่ 2 มีขนาดเล็ก คลื่นลูกที่ 4 จะมีขนาดใหญ่ เมื่อรูปร่างของคลื่นลูกที่ 2 นั้นเรียงเรียบง่าย คลื่นลูกที่ 4 มักจะเป็นคลื่นที่ซับซ้อน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Alternation (การสลับกัน) โดยเฉพาะเมื่อคลื่นลูกที่ 2 เป็นคดเคี้ยวไปมาคลื่นลูกที่ 4 จะกลายเป็นรูปสามเหลี่ยมเพื่อให้คุณสามารถค้นหาความถูกต้องตามกฏของการไม่ทำซ้ำรูปแบบเดียวกันในราคาเดียว

คลื่นลูกที่ 5: ความรู้พื้นฐานเป็นบวกและผู้เข้าร่วมตลาดมีความเเข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามปริมาณการซื้อขายและช่วงของราคาต่ำกว่าคลื่นลูกที่ 3 นอกจากนี้ตัวชี้วัดโมเมนตัม มักจะบ่งบอกถึงความหลากหลายและเตือนการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด ความล้มเหลวที่เปลี่ยนราคาสูงสุดจะเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนเป็นตลาดขาลง บ่อยครั้งที่ส่วนขยายนั้นเกิดขึ้นจากการมองโลกในแง่ดีของผู้เข้าร่วมตลาด คลื่นนี้มักจะ เข้าที่ 1.618 เท่าของราคาการเพิ่มขึ้นโดยรวมของคลื่นลูกที่ 3

การยืดตัวของ Impulse Waves

สิ่งหนึ่งที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับทฤษฎี Elliott Wave นั่นก็คือทฤษฎี 1 ใน 3 ของ Impulse waves (1, 3 หรือ 5) จะมีการยืดตัวอยู่เสมอ พูดง่ายๆก็คือ จะมีหนึ่งคลื่นที่ยาวกว่าอีกสองคลื่นเสมอ ไม่ว่าระดับจะเป็นเช่นไร และอ้างอิงจากเอเลียต โดยทั่วไปแล้ว คลื่นที่ 5 มักจะเป็นคลื่นที่ยืดตัว ล่าสุดมีคนใช้ Forex จำนวนมากขึ้น ความคิดรูปแบบเก่าจึงมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงมากขึ้นตามไปด้วย

คลื่น Corrective Waves

รูปแบบ 5 คลื่นจะได้รับการแก้ไขโดย 3-wave countertrends ซึ่งจะมีทิศทางที่ตรงข้ามกับตลาดจากรูปของรูปแบบ correct 3 -wave มีตัวอักษรที่ไม่ใช่ตัวเลขถูกใช้ติดตามการแก้ไขเพื่อให้รู้อย่างง่าย

1 summerschool 03 img01

เพียงแค่เพราะเราใช้ตลาดกระทิง(Bull Market) เป็นตัวอย่าง ไม่ได้หมายความว่าทฤษฎี Elliott Wave จะไม่สามารถใช้ได้กับตลาดหมี รูปแบบคลื่น 5-3 แบบเดียวกันจะเป็นรูปร่าง ดังนี้:

1 summerschool 03 img02

ชนิดของรูปแบบของ Corrective Wave

จากทฤษฎีของเอเลียต จะมี Corrective ABC อยู่ทั้งหมด 21 รูปแบบ ตั้งแต่แบบง่าย ไปจนถึงแบบซับซ้อน ด้วยความที่มีตั้ง 21 รูปแบบ มันไม่ง่ายที่จะจำเลย แต่ทฤษฎี Elliott Wave มีข้อดี คือ รูปแบบ 21 แบบเกิดจาก 3 เส้นที่ก่อตัว เราจะอธิบาย 3การก่อตัวนี้กัน

การต่อตัวแบบ Zig-Zag

1 summerschool 03 img03

การวางแบบซิกแซกเป็นการเคลื่อนไหวราคาของหุ้นที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้เส้นมีความชัน ซึ่งขัดแย้งกับแนวโน้มหลัก คลื่น B มักจะเป็นเส้นที่สั้นที่สุดหากเทียบกับคลื่น A และ C รูปแบบซิกแซกนี้สามารถเกินขึ้นได้สองหรือสามครั้งในขั้นตอนการแก้ไข (2 ถึง 3 รูปแบบซิกแซกจะเชื่อมต่อกัน)

การต่อตัวแบบ Flats

1 summerschool 03 img04

การต่อตัวแบบ Flats จะเป็นคลื่น corrective ที่มีความชันใกล้เคียงหรือเท่ากัน ในรูปแบบ Flats ความยาวของคลื่นนั้นมักจะเท่ากัน โดยที่คลื่น B จะสลับด้านกับทิศทางของคลื่น A และคลื่น C ก็จะสลับทิศทางกับคลื่น B เราสามารถพูดได้ว่า นั่นเป็นเพราะคลื่น B นั้น ในบางครั้งอาจขึ้นสูงไปได้มากกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่น A

รูปแบบสามเหลี่ยม

1 summerschool 03 img05

การต่อตัวแบบสามเหลี่ยมเป็นรูปแบบ Corrective ที่เชื่อมกันด้วยเส้นเทรนด์ไลน์ที่วิ่งเข้าหากัน หรือที่วิ่งออกจากกัน สามเหลี่ยมนี้ ประกอบด้วยคลื่น 5 คลื่นที่เคลื่อนที่ในทิศทางที่ตรงข้ามกับเทรนด์ ซึ่งสามเหลี่ยมนี้ สามารถเป็นได้ทั้งแบบสมมาตร (Symmetrical) แบบมุมเงย (Ascending) และมุมก้ม (Expanding)

ชื่อรูปแบบคลื่น Elliott Wave

อย่างที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้า คลื่น Elliot Wave นั้นเป็นแฟรกทัล
ในแต่ละคลื่นจะประกอบด้วยลูกคลื่นที่อยู่ ซึ่งสามารถดุได้ตามภาพด้านล่างนี้

1 summerschool 04 img01

จากรูป คลื่น 1 3 และ 5 นั้นประกอบด้วยคลื่น Impulse เล็ก 5 คลื่น ในขณะที่คลื่น 2 และ 4 นั้นประกอบด้วยคลื่น Corrective เล็กๆ 3 คลื่น

จำไว้ว่าแต่ละคลื่นนั้นจะประกอบด้วยคลื่นเล็กๆเสมอ โดยรูปแบบของคลื่นนั้นจะซ้ำกับรูปแบบของตัวเองเสมอ!
เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกชื่อคลื่นเหล่านี้ ทฤษฎี Elliott Wave ได้กำหนดหมวดหมู่ให้กับคลื่นตามลำดับที่ใหญ่ที่สุดไปหาน้อยที่สุด ดังนี้:

Grand Supercycle (หลายศตวรรษ)
Supercycle (ประมาณ 40-70 ปี)
Cycle (1 ปีหรือมากกว่า)
Primary (2-3 เดือน ถึง 2-3 ปี)
Intermediate (หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน)
Minor (สัปดาห์)
Minute (วัน)
Minuette (ชั่วโมง)
Sub-Minuette (นาที)

จากข้างบนมี 9 ชนิด

Grand Supercycle นั้นจะประกอบด้วยคลื่น Supercycle ที่ประกอบด้วยคลื่น Cycle ที่ประกอบด้วยคลื่น Primary ที่ประกอบด้วยคลื่น Intermediate ที่ประกอบด้วยคลื่น Minor ที่ประกอบด้วยคลื่น Minute ที่ประกอบด้วย Minuette ที่ประกอบด้วยคลื่น Sub-Minuette

3 กฎสำคัญของทฤษฎี Elliott Waves

กุญแจสำคัญในการใช้ทฤษฎี Elliott Wave ในการซื้อขายนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบุคลื่นได้อย่างถูกต้อง
โดยการพัฒนาการมองคลื่นของเราว่าตอนนี้ตลาดอยู่ในคลื่นที่เท่าไหร่ คุณจะสามารถบอกได้ว่าคุณควรจะเทรดด้านไหน Buy หรือ Sell และมีกฎสำคัญ สามข้อที่คุณห้ามแหกกฎ เพื่อการวิเคราะห์คลื่น
ดังนั้น ก่อนที่คุณจะกระโดดเข้าเทรดแบบทฤษฎี Elliott Wave ในการเทรดของคุณ คุณต้องจดบันทึกกฎต่อไปนี้ไว้ และจำไว้ว่าการวิเคราะห์คลื่นผิด จะทำให้เงินบัญชีของเราหายไปอย่างรวดเร็วมาก

3 กฎสำคัญของทฤษฎี Elliott Waves

– กฎข้อที่ 1: คลื่นที่ 3 จะไม่มีวันเป็นคลื่น impulse wave ที่สั้นที่สุด
– กฎข้อที่ 2: คลื่นที่ 2 จะไม่ลงไปต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1
– กฎข้อที่ 3: คลื่นที่ 4 จะไม่สามารถลงไปจนถึงพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้

มีแนวทางที่จะช่วยให้คุณระบุลักษณะของคลื่นได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะไม่เหมือนกับกฎทั้งสามข้อข้างบน ซึ่งมันเป็นแนวทางที่สามารถยืดหยุ่นได้

สิ่งนั้นคือ:

– ในทางกลับกัน บางครั้งคลื่นที่ 5 จะไม่ลงไปต่ำกว่าจุดสิ้นสุดของคลื่นที่ 3 ซึ่งเรียกว่า Truncation (การแบ่งเป็นส่วนๆ)
– คลื่น 5 จะไม่ทะลุเส้นเทรนด์ไลน์ที่ลากเฉียงมาจากจุดเริ่มต้นของคลื่นๆที่ 3 และจุดเริ่มต้นของคลื่นๆที่ 5
– คลื่นที่ 3 จะยาว คม และขยายออกไป
– คลื่นที่ 2 และ 4 จะหลุดออกจากแนวเส้น Fibonacci retracement

การซื้อขายโดยการใช้คลื่น Elliott Waves

เรามาดูการใช้ทฤษฎีคลื่น Elliott Waves ในการซื้อขาย Forex จริงๆกัน
สถานการณ์สมมุติ ที่มีความเป็นไปได้ที่จะถูกต้องมากที่สุด

ตัวอย่าง สมมติว่าคุณต้องการที่จะเริ่มนับคลื่น คุณเริ่มเห็นว่าราคานั้นน่าจะอยู่ที่จุดต่ำสุดและจะเริ่มปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น คุณสามารถใช้ความรู้เรื่อง Elliott Wave ของคุณในการระบุว่าคลื่นที่ปรับตัวขึ้นนั้นคือ คลื่นที่ 1 และทิศทางตรงข้ามคือคลื่นที่ 2

1 summerschool 06 img01

และเพื่อที่จะหาจุดเข้าที่ดี คุณต้องอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับ กฏสำคัญ 3 ข้อ ก่อน

– กฎข้อที่ 2: คลื่นที่ 2 จะไม่ลงไปต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1
– คลื่นที่ 2 และ 4 มักที่จะหลุดออกจากแนวเส้น Fibonacci หรือ Fibonacci retracement levels
ใช้ทักษะการซื้อขาย Elliott Wave และใช้เครื่องมือ Fibonacci

ดังนั้น การใช้ทักษะการซื้อขายโดยคลื่น Elliott Wave จะทำให้คุณสามารถนำเครื่องมือ Fibonacci ไปใช้ในการหาว่าราคานั้นอยู่ในระดับ Fib หรือไม่ ราคานั้นจะอยู่ในระดับปกติที่ประมาณระดับ 50% ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 3 ที่มีสัญญานการซื้อที่แรงและมั่นคงมาก

1 summerschool 06 img02

และเนื่องจากคุณเป็นผู้เทรด Forex ที่ฉลาด คุณจะพิจารณาถึงจุด Stop ด้วย
ในกฎเหล็กข้อที่ 2 ได้กล่าวไว้ว่า คลื่นที่ 2 จะไม่ลงไปต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1 ดังนั้นคุณสามารถตั้งจุด stop ไว้ที่จุดต่ำสุดก่อนหน้านี้ได้
ถ้าหากราคานั้นเคลื่อนไปในทิศทางตรงข้ามของคลื่นที่ 1 มากกว่า 100% นั่นแปลว่าคุณนับคลื่นผิด
ต่อไปเรามาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้

1 summerschool 06 img03

 

สถานการณ์ที่ 2:

ในครั้งนี้ มาใช้ความรู้ของคุณกับรูปแบบของ corrective waves เพื่อให้ได้ pip

1 summerschool 06 img04

คุณสามารถเริ่มการนับคลื่นจากขาลง และคุณจะสังเกตได้ว่าคลื่น ABC corrective waves นั้นเคลื่อนที่ไปทางด้านข้าง นี่ใช่วิธีการต่อตัวแบบราบใช่ไหม? นี่หมายถึง ราคานั้นอาจจะเริ่ม impulse wave คลื่นใหม่เมื่อ คลื่น C สิ้นสุดลง

Elliott

เชื่อมั่นในทักษะการใช้ Elliott Wave ของคุณ และเข้าตลาดไปซื้อด้วยความหวังที่จะจับตัวคลื่น impulse wave ลูกใหม่ได้ วางจุด S/L ไว้ที่ 2-3 pips เหนือจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 4 เผื่อว่าการนับคลื่นของคุณจะผิด

1 summerschool 06 img05

สรุป: ทฤษฎี Elliott Wave

According to the Elliott Wave Theory,
the market moves in repetitive
patterns calied waves.

– Elliot Wave คือ แฟรกทัล
– ตลาดที่เกิดเทรนด์จะเคลื่อนไหวเป็นรูปแบบ คลื่น 5-3
– คลื่น 5 คลื่นแรก เรียกว่า Impulse wave
– คลื่นใดคลื่นหนึ่งในสามคลื่นแบบ Impulse (1, 3, หรือ5) จะเป็นคลื่นขยาย ซึ่งปกติจะเป็นคลื่นที่ 3
– คลื่นสามคลื่นหลังเรียกว่า คลื่น Corrective จะใช้ตัวอักษร A B C แทนการเรียกเป็นเลข
– คลื่นที่ 1, 3 และ 5, จะมีคลื่นเล็กๆ แบบ Impulse 5 คลื่นอยู่ในนั้น 5 คลื่น 2, 4 จะมีคลื่นเล็กๆ แบบ Corrective อยู่ 3 คลื่นแทรกอยู่ในนั้น
– มีคลื่นแบบ Corrective อยู่ 21 ชนิด แต่ว่ามันมีพื้นฐานมาจากพื้นฐานของสามชนิดง่ายๆ ที่จะทำความเข้าใจ
– รูปแบบพื้นฐานของ Corrective เหล่านั้น มี 3 รูปแบบ คือ ซิกแซก (Cigzags), แบบราบ (Flats), และแบบสามเหลี่ยม (Triangles)

กฎ 3 ข้อของทฤษฎี Elliott Wave Theory การระบุคลื่นนั้นมีกฎหลักอยู่ 3 ข้อ

– กฎข้อที่ 1: คลื่นที่ 3 จะไม่มีวันเป็นคลื่น Impulse wave ที่สั้นที่สุด
– กฎข้อที่ 2: คลื่นที่ 2 จะไม่ลงไปต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1
– กฎข้อที่ 3: คลื่นที่ 4 จะไม่สามารถลงไปจนถึงพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้