ThaiForexPRO
แหล่งเรียนรู้ Forex เทคนิคการเทรด และสัญญาณ

Consumer indicators

16

เจาะลึกข้อมูลชี้วัดด้านการใช้จ่ายในอนาคตและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไปกับเรา โดยรวมถึงการสำรวจสำคัญที่วัดเทรนด์ด้านการออมและการบริโภคในครัวเรือน รวมถึงสถานการณ์ทางการเงินที่คาด

เหตุใดข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคจึงสำคัญต่อกลยุทธ์การเทรดของคุณอย่างยิ่ง

เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็จะมีความสำคัญมากขึ้น คุณจึงควรสนใจข้อมูลเศรษฐกิจที่วัดความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

การบริโภคในครัวเรือนคิดเป็นประมาณ 68% ของ GDP ในสหรัฐฯ และประมาณ 66% ในสหราชอาณาจักรตามข้อมูลของธนาคารโลก

เมื่อพิจารณาภาคบริการในภาพรวม สัดส่วนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 80% ส่วนภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนต่อเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ ดังนั้นสำหรับทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร มุมมองต่อผู้บริโภคจึงสำคัญ และถือว่าข้อมูลชี้วัดที่สะท้อนข้อมูลดังกล่าวสำคัญอย่างยิ่ง

ในไม่กี่ปีมานี้ หนึ่งในเรื่องใหญ่ของเศรษฐกิจโลกก็คือการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีน จีนอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างจากการเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต การส่งออกและการลงทุนอย่างหนัก โดยหันไปมุ่งเน้นเศรษฐกิจที่อาศัยผู้บริโภคมากขึ้น

ในปี 2018 อัตราการบริโภคในครัวเรือนได้สร้าง GDP ให้ประเทศจีนเพียง 39% เท่านั้น (จากประมาณ 35% ในปี 2010) อย่างไรก็ตาม มุมมองกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ภาคบริการมีสัดส่วนถึง 52% ของ GDP (ประมาณ 48% เป็นของภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง) การปรับสมดุลเช่นนี้จะต้องดำเนินต่อไปและในอีกหลายปีข้างหน้า โดยข้อมูลในภาคบริการจะแสดงมุมมองของการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญยิ่งขึ้น แต่ในตอนนี้ ทั้งข้อมูลด้านผู้บริโภคและอุตสาหกรรมมีน้ำหนักเท่าๆ กันในประเทศจีน

ในเยอรมนี ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกยังคงเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีความสำคัญน้อยกว่าในสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร การบริโภคในครัวเรือนได้สร้าง GDP ให้เยอรมนีประมาณ 52% โดยมีการใช้จ่ายในภาคบริการมากกว่าซึ่งคิดเป็นประมาณ 62% เมื่อพิจารณาข้อมูลของเยอรมนี (ซึ่งผลกระทบขยายวงไปถึงยูโรโซน) จะพบว่าข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคและอุตสาหกรรมมีน้ำหนักเท่าๆ กันเช่นเดียวกับจีน

การใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจมีผลกระทบที่สำคัญต่อการลงทุนในประเทศ เช่น ค่าเงิน ตราสารหนี้ และหุ้น ทั้งนี้ ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

ผลกระทบจากข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคที่ดีกว่าคาด

การอ่านค่าข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคในเชิงรุกจะมีผลกระทบแบบ Hawkish ต่อการคาดการณ์นโยบายการเงินเหมือนเช่นเคย

สำหรับข้อมูลผู้บริโภคของสหรัฐฯ ทุกสิ่งจะสำคัญเท่าๆ กัน ดังนั้น ข้อมูลที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ของความเห็นส่วนใหญ่จะ:

  • เป็นผลบวกต่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
  • ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เกิดภาวะกระทิง
  • ทำให้หุ้นแข็งแกร่ง (ภาคที่ได้รับอานิสงส์จากผู้บริโภคเป็นหลัก)

ข้อความ: แง่มุมต่างๆ ของข้อมูลผู้บริโภค

มีข้อมูลชี้วัดหลายตัวที่ช่วยระบุมุมมองต่อผู้บริโภคได้แก่:

  • การใช้จ่ายของผู้บริโภค – เป็นข้อมูล “ทางสถิติ” เกี่ยวกับการจับจ่ายในอดีต ซึ่งความสนใจหลักจะอยู่ที่ยอดค้าปลีก
  • การสำรวจผู้บริโภค – เป็นข้อมูล “จากการสำรวจความเห็น” ซึ่งช่วยให้คาดการณ์การใช้จ่ายในปัจจุบันและในอนาคตได้ โดยการสำรวจความเชื่อมั่นจะได้รับการติดตามอย่างกระตือรือร้น

คุณควรสนใจข้อมูลชี้วัดตลาดที่อยู่อาศัยเช่นกันแม้ว่าข้อมูลที่อยู่อาศัยจะไม่ใช่ข้อมูลชี้วัดผู้บริโภคที่แท้จริงแต่ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ

ยอดค้าปลีก

ยอดค้าปลีกจะให้การประเมินกว้างๆ เกี่ยวก้บรูปแบบการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเศรษฐกิจ โดยจะให้ข้อมูลคร่าวๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในฐานะข้อมูลชี้วัด ผู้คนมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นกับความมั่งคั่งและการคาดหวังในอนาคต ดังนั้น ข้อมูลยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งจึงดีต่อเศรษฐกิจเนื่องจากจะหมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ปกติแล้ว ข้อมูลจะบันทึกทั้งยอดขายในร้านค้าและทางออนไลน์ โดยรายงานแยกย่อยเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มเสื้อผ้า และกลุ่มยานยนต์ ทั้งนี้ ตัวเลขขายมักได้รับการปรับโดยไม่รวมส่วนที่ผันผวนและมีจำนวนมหาศาล เช่น ยานยนต์ (สำหรับสหรัฐฯ) และเชื้อเพลิง (สำหรับสหราชอาณาจักร) ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนไปจากเทรนด์ที่ซ่อนอยู่ ดังนั้น การพิจารณาตัวเลขที่ปรับแล้วจึงมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในฐานะเทรดเดอร์ (กล่าวคือยอดค้าปลีกหักลบด้วยยอดซื้อยานยนต์)

ปัญหาของข้อมูลยอดค้าปลีกก็คือข้อมูลมักผ่านการปรับประมาณการอย่างมาก

จึงแนะนำให้พิจารณาเทรนด์ที่เทียบช่วงเดียวกันของปีนี้กับปีก่อนหน้าประกอบเนื่องจากฤดูกาลจะมีบทบาทสำคัญ เช่น ช่วงวันหยุดเทศกาลที่มีการใช้จ่ายสูง เช่น เทศกาลอีสเตอร์ (ซึ่งอาจอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน)

การสำรวจผู้บริโภค

สหรัฐฯ มีการสำรวจผู้บริโภคสองรายการที่ตลาดให้ความสนใจเป็นหลัก โดยจะประกาศเป็นรายเดือน โดยมีทั้งการสำรวจสภาวะปัจจุบันและการคาดการณ์:

  • รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board เป็นการสำรวจทางจดหมายซึ่งดำเนินการโดย Conference Board (บริษัทเอกชน) ที่จะประเมินว่าผู้บริโภคมีมุมมองเชิงบวกหรือเชิงลบต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด ข้อบ่งชี้ก็คือยิ่งผู้บริโภคมีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้น ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่พวกเขาจะใช้จ่ายเงินมากขึ้นโดยซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งคำถามในการคาดการณ์จะครอบคลุมระยะเวลาหกเดือนข้างหน้า
  • รายงานการสำรวจความคิดเห็นของ University of Michigan เป็นการสำรวจทางโทรศัพท์ที่ดำเนินการโดย University of Michigan ซึ่งจะถามผู้คนว่าพวกเขารู้สึกเชื่อมั่นในความมั่นคงของรายได้มากน้อยเพียงใด และความรู้สึกดังกล่าวจะกระทบต่อการตัดสินใจใช้จ่ายและกู้ยืมมากน้อยเพียงใด ดังนั้น รายงานจึงทำหน้าที่เป็นข้อมูลชี้วัดที่สำคัญตัวหนึ่งสำหรับสภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวม
Consumer Indicators Michigan Sentiment

รายงานการสำรวจความคิดเห็นของ Michigan จะมีการอ่านค่าทุกสองเดือน โดยการอ่านค่าเบื้องต้นจะประกาศประมาณวันศุกร์ในช่วงกลางเดือน ซึ่งจะให้การประเมินของเดือนปัจจุบันในขั้นต้น โดยคิดเป็นประมาณ 60% ของการสำรวจทั้งหมด

ส่วนการอ่านค่าสุดท้ายจะประกาศในวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ส่วนประกอบในการสำรวจความคิดเห็นของ Michigan ก็คือส่วนรายงานภาวะปัจจุบันของ Michigan และส่วนการคาดการณ์ของ Michigan

ตลาดได้ติดตามการสำรวจผู้บริโภคทั้งสองตัวอย่างแพร่หลายเป็นเวลาหลายทศวรรษและตัวเลขทั้งคู่ก็มีอิทธิพลต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ

ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 2000 Alan Greenspan ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ มักกล่าวถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคในฐานะที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะเวลาอันใกล้ คุณควรมองหาเทรนด์ในข้อมูลและรอการยืนยันการอ่านค่าที่ดีกว่าคาดหนึ่งเดือนในข้อมูลเดือนถัดไปก่อนที่จะใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นเครื่องมือชี้วัดการเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ผู้บริโภคเช่นเดียวกับที่มักเกิดขึ้นในชุดข้อมูลต่างๆ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.